การอัพเกรดเป็น Drupal เวอรชั่นใหม่

วิธีอัพเกรด Drupal ของคุณจะขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณติดตั้ง:

  • ทางแผงควบคุมของคุณ — เรามีเครื่องมือที่จะทำการอัพเกรดให้แก่คุณ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
  • การติดตั้งด้วยตัวเอง — หากคุณได้ติดตั้ง Drupal ด้วยตัวเอง คุณจะต้องใช้ข้อมูลต่อไปนี้

การอัพเกรดการติดตั้ง Drupal ด้วยตัวเองให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่

การอัพเกรด Drupal® เป็นเวอร์ชั่นใหม่สามารถมีหลายขั้นตอน มีแหล่งข้อมูลที่ดีๆ บน เว็บไซต์ Drupal แต่เราต้องการจะชี้ให้เห็นข้อมูลเพิ่มเติมบางอย่างเพื่อช่วยคุณเมื่อ ทำงานกับสภาพแวดล้อมการโฮสติ้งจำเพาะของเรา

บทความนี้จะช่วยคุณในเรื่องการสำรองข้อมูลเว็บไซต์และฐานข้อมูลปัจจุบันของคุณ และ สร้างเว็บไซต์ทดสอบ สำหรับขั้นตอนอย่างละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนอัพเกรดเพิ่มเติม เราขอแนะนำ เว็บไซต์ Drupal แล้วอัพเกรดไฟล์ .txt ที่มีมาพร้อมก้บเวอร์ชั่นใหม่ที่ คุณกำลังจะอัพเกรด

ในการสำรองข้อมูลและดาวน์โหลดเว็บไซต์และฐานข้อมูลปัจจุบันของคุณ

  1. ล็อกอินเข้าสู่ ระบบจัดการบัญชี ของคุณ
  2. คลิกที่ เว็บโฮสติ้ง
  3. ถัดจากบัญชีโฮสติ้งที่คุณต้องการใช้ ให้คลิก จัดการ
  4. จากส่วน เครื่องมือ ให้คลิก ส่วนการจัดการไฟล์ FTP
  5. เลือกไปยังโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ Drupal ของคุณอยู่
  6. ในช่อง ขนาดของหน้า ให้เลือก 50
  7. คลิก เครื่องหมายถูก ทางด้านซ้ายของคอลัมน์ ชื่อไฟล์ เพื่อเลือกไฟล์ ทั้งหมด
  8. คลิก จัดเก็บถาวร จากแถบ คำสั่ง ตั้งชื่อไฟล์แล้วทำตามคำสั่งใดๆ ต่อไป
  9. คลิกกล่องทำเครื่องหมายหน้าไฟล์ที่จัดเก็บแล้ว แล้วคลิก ดาวน์โหลด จากแถบ คำสั่ง
  10. ไปยังแถบ Databases แล้วเลือก MySQL
  11. จากรายชื่อของฐานข้อมูลของคุณ คลิก คำสั่ง ถัดจากฐานข้อมูลที่คุณต้องการใช้ จากนั้นคลิก สำรองข้อมูล
  12. คลิก ตกลง

การดำเนินการนี้อาจใช้เวลานานถึง 15 นาทีเพื่อสำรองฐานข้อมูล คุณสามารถใช้ FTP ไคลเอนท์เพื่อดาวน์โหลดฐานข้อมูลจากโฟลเดอร์ db_backups

การสร้างเว็บไซต์ทดสอบ

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนตัวเลือก อย่างไรก็ตาม Drupal ขอแนะนำให้สร้างเว็บไซต์ทดสอบเพื่อยืนยันว่าการอัพเกรดของคุณไม่ได้สร้าง ปัญหาใดๆ กับเว็บไซต์ของคุณ

Hosting Control Panel ของเราจะทำให้การดำเนินการนี้ง่ายขึ้นแก่คุณ หลังจากที่คุณรัน update.php และ โครงสร้างฐานข้อมูลของคุณถูกอัพเดทแล้ว และคุณได้โหลดโมดูลเฉพาะใดๆ ใหม่แล้ว คุณสามารถทำการคัดลอก เว็บไซต์ของคุณไปยังโฟลเดอร์อื่นบนบัญชีโฮสติ้งของคุณเพื่อทดสอบอย่างละเอียด

ในการสำรองฐานข้อมูลและสร้างฐานข้อมูลสำหรับเว็ฐไซต์ทดสอบของคุณ

  1. ล็อกอินเข้าสู่ ระบบจัดการบัญชี ของคุณ
  2. คลิกที่ เว็บโฮสติ้ง
  3. ถัดจากบัญชีโฮสติ้งที่คุณต้องการใช้ ให้คลิก จัดการ
  4. ไปยังแถบ ฐานข้อมูล แล้วเลือก MySQL
  5. คลิก สร้างฐานข้อมูล จดชื่อผู้ใช้และรหัส่ผ่านที่คุณใช้และทำให้แน่ใจว่าได้เลือก 5.0 เป็นเวอร์ชั่นของ MySQL
  6. คลิก ตกลง
  7. คลิกปุ่มดินสอถัดจากฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับการติดตั้ง Drupal ของคุณ
  8. จากแถบ คำสั่ง ให้เลือก สำรองข้อมูล ทำให้แน่ใจว่าคุณจะไม่เขียนทับการสำรองที่คุณได้สร้างไว้ ก่อนหน้านี้ หากจำเป็น ให้ดาวน์โหลดการสำรองที่มีอยู่ก่อนที่จะสร้างการสำรองใหม่ การสำรองที่มีอยู่จะมี ข้อมูลจากการติดตั้งครั้งก่อน และคุณอาจต้องการใช้ข้อมูลนั้นหากคุณต้องการจะคืนการติดตั้งสู่สภาพเดิม
  9. ให้รอในขณะที่สร้างฐานข้อมูลใหม่ และสำรองฐานข้อมูลที่มีอยู่ วิธีนี้ไม่ควรใช้เวลานานกว่า 30 นาที

ในการคัดลอกเว็บไซต์ของคุณไปยังโฟลเดอร์ย่อยในบัญชีโฮสติ้งของคุณ

  1. ล็อกอินเข้าสู่ ระบบจัดการบัญชี ของคุณ
  2. คลิกที่ เว็บโฮสติ้ง
  3. ถัดจากบัญชีโฮสติ้งที่คุณต้องการใช้ ให้คลิก จัดการ
  4. จากส่วน เครื่องมือ ให้คลิก ส่วนการจัดการไฟล์ FTP
  5. คลิก สร้างไดเรกทอรีใหม่ นี่คือไดเร็กทอรี่ที่คุณจะคัดลอกไฟล์จากเว็บไซต์ Drupal มาไว้ที่นี่
  6. เลือกไปยังโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ Drupal ของคุณอยู่
  7. ในช่อง ขนาดของหน้า ให้เลือก 50
  8. คลิก เครื่องหมายถูก ทางด้านซ้ายของคอลัมน์ Filename เพื่อเลือกไฟล์ ทั้งหมด หากมีไฟล์มากกว่า 50 ไฟล์ในไดเร็กทอรี่นี้ ให้ดำเนินการหลายๆ ครั้ง
  9. จากแถบ คำสั่ง ให้เลือก คัดลอก
  10. จากแผนผังไดเร็กทอรี่ คลิกที่ไดเร็กทอรี่ที่คุณเพิ่งสร้างขึ้น
  11. คลิก ตกลง

ในการคัดลอกฐานข้อมูล Drupal ที่มีอยู่ไยังฐานข้อมูลใหม่ แล้วดัดแปลงไฟล์ settings.php

  1. ล็อกอินเข้าสู่ ระบบจัดการบัญชี ของคุณ
  2. คลิกที่ เว็บโฮสติ้ง
  3. ถัดจากบัญชีโฮสติ้งที่คุณต้องการใช้ ให้คลิก จัดการ
  4. ไปยังแถบ ฐานข้อมูล แล้วเลือก MySQL
  5. คลิกที่ปุ่มดินสอที่อยู่ถัดจากฐานข้อมูลใหม่ที่คุณได้สร้างขึ้น
  6. คัดลอกเนื้อหาของช่อง ชื่อโฮสต์ คุณจะต้องใช้ข้อมูลนี้เมื่อคุณดัดแปลงไฟล์ settings.php เพื่อให้ชี้ไปยังฐานข้อมูลสำรองของคุณ
  7. คลิก กู้
  8. เลือกฐานข้อมูลสำรอง Drupal ของคุณแล้วคลิก กู้
  9. ไปยังแถบ เครื่องมือ แล้วเลือก ส่วนการจัดการไฟล์ FTP
  10. ไปยังโฟลเดอร์เว็บไซต์สำรองของคุณแล้วไปยัง sites\default โฟลเดอร์ปริยายจะมี settings.php
  11. คลิกกล่องทำเครื่องหมายหน้าไฟล์ settings.php แล้วคลิก การอนญาต
  12. ไปยังแถบ สิทธิ์ขั้นสูง แล้วทำให้แน่ใจว่า เขียน ได้ถูกเลือกไว้ในส่วน สิทธิ์ของเจ้าของ คลิก ตกลง
  13. คลิกกล่องทำเครื่องหมายหน้าไฟล์ settings.php อีกครั้ง แล้วคลิก แก้ไข
  14. ค้นหาบรรทัดต่อไปนี้ในไฟล์:
    "$db_url = 'mysql://user:pass@server/databasename';"
    แล้วเปลี่ยนด้วยชื่อผู้ใช้และ รหัสผ่านที่คุณได้สร้างขึ้นสำหรับฐานข้อมูลสำรอง เมื่อแสดงเซิร์ฟเวอร์ ให้แทนที่ด้วยชื่อโฮสต์ที่คุณคัดลอกมาในตอนที่คุณ กู้คืนฐานข้อมูลของคุณ ชื่อผู้ใช้จะเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อฐานข้อมูล
  15. เลื่อนลงมาในไฟล์แล้วหา $base_url = ' ';" ระหว่าง ' ' ให้ใส่ URL ของคุณรวมถึงโฟล์เดอร์ย่อยที่คุณ ได้สร้างขึ้น ตัวอย่างเช่น 'http://www.coolexample.com/mysubfolder'
  16. ไปยังเว็บไซต์แล้วไปยังโฟลเดอร์ย่อยที่คุณสร้างขึ้น แล้วทดสอบเว็บไซต์ของคุณ

หากคุณไม่สามารถทำให้เกิดปัญหาใดๆ กับเว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถใช้ขั้นตอนต่างๆ ที่ให้ไว้โดย Drupal เพื่อเปลี่ยนให้ เว็บไซต์ที่คุณได้อัพเกรดแล้วอยู่ในโหมดออนไลน์

เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คุณ เราจะมอบข้อมูลเกี่ยวกับวิธีใช้ผลิตภัณฑ์บางรายการของบริษัทภายนอก แต่เราจะไม่รับรองหรือสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของบริษัทภายนอกโดยตรง และเราจะไม่รับผิดชอบต่อการทำงานหรือความเสถียรของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว Drupal® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบริษัทภายนอก สงวนสิทธิ์ทุกประการ


บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่
ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ หากต้องการพูดคุยกับตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้า โปรดใช้หมายเลขโทรศัพท์ฝ่ายสนับสนุนหรือตัวเลือกแชทข้างบนนี้
ยินดีมากที่เราได้ช่วยเหลือ! ยังมีอย่างอื่นที่เราสามารถช่วยคุณได้หรือไม่
เสียใจด้วย บอกเราว่าอะไรที่ทำให้คุณสับสนหรือเหตุใดการแก้ไขนี้จึงไม่ช่วยคลี่คลายปัญหาของคุณ