GDPR มีความหมายอย่างไรต่อธุรกิจของฉัน

GDPR คืออะไร

ระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR) คือกฎหมายของสหภาพยุโรปที่มุ่งเน้นการปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัวสำหรับพลเมืองและผู้พำนักอาศัยในสหภาพยุโรป GDPR จะกำหนดวิธีที่บริษัท ซึ่งรวมถึง GoDaddy สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับบุคคลในสหภาพยุโรปได้ GDPR มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2018 โปรดดูคำอธิบายอย่างละเอียดว่า GDPR คืออะไรและ GoDaddy จะปฏิบัติตาม GDPR ได้อย่างไร ที่ข้อมูลจากศูนย์ความเป็นส่วนตัวของเรา

GoDaddy ไม่ใช่ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย

เราหวังว่าเอกสารนี้จะให้คุณเห็นภาพรวมของสิ่งที่ GDPR เป็นและเป็นประโยชน์ต่อคุณอย่างไร แต่ GoDaddy ไม่ใช่ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย ดังนั้นเอกสารนี้จึงไม่ใช่คำแนะนำแบบครอบคลุมของ GDPR ทุกสถานการณ์ทางธุรกิจล้วนแตกต่างกันออกไปและ GDPR ในทางกฎหมายนั้นเป็นสิ่งที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง เราขอแนะนำให้คุณปรึกษากับทนายสำหรับข้อสงสัยเฉพาะด้านเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในธุรกิจของคุณและการปฏิบัติงานเหล่านั้นอาจได้รับผลกระทบจาก GDPR อย่างไร (รวมทั้งกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้อง)

เราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ

เนื่องด้วยเจตนาและจุดประสงค์ของกฎหมาย จึงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะให้คำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีที่คุณควรจัดการกับการปฏิบัติตาม GDPR แม้เราอยากทำเช่นนั้นก็ตาม แต่ละธุรกิจล้วนดำเนินการต่างกันและมีนโยบาย ระเบียบการ พนักงาน สถานที่ตั้ง และอื่นๆ ที่ต่างกัน ดังนั้น เราจึงต้องการให้ภาพรวมวิธีการรับมือกับ GDPR ของ GoDaddy แต่จะมีความแตกต่างยิบย่อยมากมายในข้อบังคับ ซึ่งเราได้เน้นย้ำให้คุณไว้ในเอกสารนี้ ซึ่งคุณจำเป็นต้องใช้เพื่อทำการประเมินด้วยตนเอง โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะของคุณ

สิ่งใดทำให้ GDPR แตกต่าง

GDPR ไม่ได้ต่างจากกฎหมายความเป็นส่วนตัวอื่นๆ ทั่วโลกอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ทำให้ GDPR มีความโดดเด่นก็คือเป็นกฎหมายที่ครอบคลุมนอกเหนือกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปไม่ว่าธุรกิจนั้นจะอยู่ที่ใดบนโลกตราบใดที่ธุรกิจนั้นจัดการกับข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับบุคคลในสหภาพยุโรป และเป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรง (สูงสุดถึง 20 ล้านยูโรหรือร้อยละ 4 ของรายได้ประจำปีจากทั่วโลก) ต่อผู้ฝ่าฝืน ดังนั้นการที่ครอบคลุมประเทศมากกว่า ค่าปรับราคาแพงกว่า ขอบเขตกว้างกว่า หมายความว่าได้รับความสนใจจากสื่อมากกว่า หากกล่าวว่าไม่มีข้อแตกต่างตากกฎหมายอื่นเลยก็ไม่ถูกต้อง เพราะ GDPR กำหนดให้บริษัทที่ได้รับผลกระทบต้องมอบสิทธิบางอย่างให้ลูกค้า (เช่น “สิทธิในการลบล้าง” และ “สิทธิในการย้ายข้อมูล”) และต้องนำบางมาตรการด้านการปฏิบัติตามระเบียบสำหรับองค์กรไปปรับใช้

ธุรกิจของฉันจะได้รับผลกระทบหรือไม่

มีสาเหตุบางประการที่ทำให้ธุรกิจของคุณอาจได้รับผลกระทบ โปรดอ่านส่วนถัดไปหากธุรกิจของคุณตั้งอยู่หรือประกอบธุรกิจกับลูกค้าที่อยู่ภายในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) เมื่อทำการจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการ หากคุณไม่ได้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ได้มีบุคคลเป้าหมายอยู่ในสหภาพยุโรป แปลว่าคุณพร้อมแล้ว (โปรดติดต่อที่ปรึกษาด้านกฎหมายของคุณเพื่อยืนยัน)

ผลิตภัณฑ์และบริการของ GoDaddy สอดคล้องกับ GDPR หรือไม่

No products or services are alone 'GDPR compliant'. However, when properly configured for your particular business needs, and used in combination with other measures, policies and processes you implement as necessary to your specific business (some of which are described below), they can be used in a GDPR-compliant manner. No one knows your business better than you. Though GoDaddy hopes to offer the tools and resources to help your business attain GDPR compliance, and we are here for you, we are not suited to ensure your compliance with any laws applicable to your business.

การปฏิบัติตาม GDPR เป็นอย่างไร

GDPR ให้ความสำคัญที่ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนตัวเป็นหลัก หากพูดอย่างสั้นๆ คือเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการทำให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าได้รับการคุ้มครองและใช้อย่างเหมาะสม ก่อนลงลึกในรายละเอียดเฉพาะด้าน ด้านล่างคือคำจำกัดความสำคัญบางคำภายใต้กฎหมายที่จะช่วยให้เราระบุความรับผิดชอบของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลส่วนตัว

  • เจ้าของข้อมูล บุคคลที่มอบข้อมูลส่วนตัว อาจเป็นลูกค้า พนักงาน หรือใครก็ตามที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ (สำหรับอย่างหลังจะเกิดขึ้นหากคุณรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ “คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน” ของพวกเขา)
  • Data Controller: The party that determines the purposes and means for processing personal data.
  • หน่วยประมวลผลข้อมูล ฝ่ายที่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนตัวในนามของผู้ควบคุมข้อมูล
  • การประมวลผล การปฏิบัติการ หรือชุดการปฏิบัติการซึ่งดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นโดยระบบอัตโนมัติหรือไม่ เช่น การรวบรวม การบันทึก การจัดการ การวางโครงสร้าง การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยนหรือการดัดแปลง การกู้คืน การให้คำปรึกษา การใช้ การเปิดเผยด้วยการส่งผ่าน การแพร่กระจายหรือทำให้เข้าถึงได้ การจัดเรียงหรือการผสมผสาน การจำกัด การลบล้างหรือการทำลาย
  • ข้อมูลส่วนตัว GDPR ใช้กับ “ข้อมูลส่วนตัว” เท่านั้น ซึ่งหมายถึงข้อมูลใดก็ตามที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ระบุตัวตนได้ ซึ่งสามารถถูกระบุตัวตนในทางตรงหรือทางอ้อมโดยใช้การอ้างอิงจากสิ่งที่ระบุตัวตน คำจำกัดความนี้จะมอบสิ่งระบุตัวตนบุคคลสารพัดอย่างเพื่อสร้างข้อมูลส่วนตัวขึ้นมา ได้แก่ ชื่อ หมายเลขประจำตัวประชาชน ข้อมูลสถานที่ตั้ง หรือสิ่งระบุตัวตนแบบออนไลน์ โดยเป็นการสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและวิธีที่องค์กรต่างๆ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณสามารถใช้ข้อมูลเพื่อระบุตัวตนของผู้ใช้ ลูกค้า หรือใครก็ตาม ข้อมูลนั้นถือว่าเป็นข้อมูลส่วนตัว

What do these definitions mean for me?

In our relationship, there are times when we are a Data Controller (when we collect data from you for the purpose of selling you our products and services - such as your name, address, email, telephone and credit card information), and times when we are a Data Processor and you are the Data Controller (such as when you use our hosted services for your own business purposes and information happens to be passed on to our servers so that we can provide, manage and maintain the services for you (more on all this below)).

กฎหมายกำหนดให้ทำสิ่งใด

GDPR ฉบับทางการมีความยาว 261 หน้า 173 อารัมภบท 99 บทความ และ (อย่างที่กล่าวไว้) มีความซับซ้อน พูดในมุมกว้าง คลุมเครือ และกำกวม (เป็นโชคสำหรับเรา) เราจะกล่าวถึงหลักการสำคัญบางประการ คือ

  • ความโปร่งใส

    คุณรวบรวมข้อมูลประเภทใดและนำไปใช้อย่างไร การอธิบายให้ลูกค้าของคุณด้วยภาษาที่อ่านและเข้าใจได้ง่ายเป็นหลักการสำคัญของทุกกฎหมายความเป็นส่วนตัว รวมถึง GDPR

    เราคาดว่าเมื่อไม่นานมานี้คุณน่าจะได้รับอีเมลแจ้งว่า “เราได้อัปเดตนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา” เป็นล้านครั้งแล้ว นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ GDPR กำหนดว่าบริษัทจะต้องมีความโปร่งใสและชัดเจนต่อวิธีรวบรวมและใช้ข้อมูลของลูกค้า (พูดอีกอย่างได้ว่า ทำให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้มากขึ้น) นโยบายความเป็นส่วนตัวคือกลไกที่ให้คุณมอบความโปร่งใส ด้วยการอธิบายต่อลูกค้าอย่างชัดเจนและใช้ภาษาที่เข้าใจได้ง่ายถึงวิธีที่คุณรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนตัวของพวกเขา และวิธีที่พวกเขาสามารถติดต่อคุณหรือใช้สิทธิที่พวกเขาอาจได้รับ

    GoDaddy จะมอบเครื่องมือที่ให้คุณรวมนโยบายความเป็นส่วนตัวเข้ากับเว็บไซต์ของคุณ และมอบแม่แบบให้คุณนำไปใช้งานในบางกรณี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเราไม่รู้วิธีการดำเนินการในธุรกิจของคุณ จึงเป็นไม่ได้ที่เราจะมอบนโยบายความเป็นส่วนตัวที่สอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์

  • การควบคุมและการจัดการการยินยอมของลูกค้า

    การดำเนินการอย่างโปร่งใสเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม แต่หากคุณกำลังใช้ (หรือรวบรวม) ข้อมูลจากลูกค้าของคุณเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าหรือบริการของคุณ คุณจะต้องตรวจสอบว่าพวกเขาได้รับทางเลือกในการยินยอมต่อการใช้เพิ่มเติม และให้พวกเขามีสิทธิที่จะยกเลิกการยินยอมดังกล่าว

    ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการใช้ที่อยู่อีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์ที่รวบรวมไว้เพื่อติดต่อสื่อสารกับลูกค้าของคุณ (โดยปกติเราจะคิดในแง่ของการเลือก/ไม่เลือกรับการติดต่อสื่อสาร/สมัครรับข้อมูล) ข้อมูลนี้อาจได้มาจากลูกค้าของคุณผ่านการสร้างบัญชีผู้ใช้หรือการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการจากคุณ อย่างไรก็ตาม ยังรวมถึงชุดข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณผ่านเครื่องมือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “คุกกี้” (และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน เช่น พิเซล สคริปต์ เป็นต้น) แน่นอนว่าคุณเคยเห็น “ป้ายแบนเนอร์คุกกี้” เมื่อเยี่ยมชมเว็บไซต์ ป้ายแบนเนอร์คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มความโปร่งใสซึ่งคล้ายกับการใช้นโยบายความเป็นส่วนตัว การแสดงป้ายแบนเนอร์คุกกี้ทำให้บุคคลอาจรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือที่กำลังใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขา ยอมรับหรือปฏิเสธการใช้ข้อมูลดังกล่าว และ/หรือการควบคุมอย่างละเอียดว่าคุกกี้ใดสามารถให้นำไปใช้ได้

    ตาม GDPR ลูกค้าของคุณต้องได้รับสิทธิในการยินยอมต่อการรวบรวมดังกล่าว (และการใช้ตามลำดับ) และวิธีเดียวที่จะมอบการยินยอมอย่างถูกต้องคือ การที่คุณมอบทางเลือกให้ใช้การยินยอมนั้นด้วยวิธีที่เข้าใจได้ง่าย เจาะจง (ตามการใช้เฉพาะด้าน) และชัดเจน ช่องที่เลือกไว้ล่วงหน้า การไม่ออกเสียง หรือไม่แสดงท่าทีไม่สามารถใช้แทนการยินยอมจากลูกค้าของคุณได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณมีช่องให้เลือกบนเว็บไซต์ซึ่งอ่านว่า “เราจะแบ่งปันข้อมูลของคุณกับผู้โฆณาภายนอก” คุณไม่สามารถเลือกช่องนั้นไว้ล่วงหน้าเพื่อรวมเจ้าของข้อมูลไว้ในการประมวลผลข้อมูลของพวกเขา ช่องสำหรับเลือกจะต้องว่างสำหรับเจ้าของข้อมูลใน EEA จนกว่าพวกเขาจะอาสาเลือกรับหรือแสดงความยินยอมต่อการประมวลผลนั้นๆ

    ในท้ายที่สุดแล้ว คุณต้องตรวจสอบว่าลูกค้าของคุณสามารถควบคุมการใช้ข้อมูลส่วนตัว การสื่อสาร และการยินยอม รวมถึงสิทธิในการยกเลิกการยินยอมนั้นได้หรือไม่

  • สิทธิในการถูกลืม

    อย่างที่เรากล่าวไว้ก่อนหน้าว่า GDPR มีความคล้ายคลึงกับกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวอื่นๆ ทั่วโลก แต่กฎนี้เป็นสิทธิของลูกค้าที่ตรงตาม GDPR โดยเฉพาะ GDPR ให้บุคคล “มีสิทธิที่จะถูกลืม” (“สิทธิในการลบล้าง” ภายใต้กฎหมาย) ซึ่งหมายความว่าลูกค้าสามารถขอลบข้อมูลของตนได้ (และพวกเขาจะถูก “ลืม”) เมื่อข้อมูลส่วนตัวที่รวบรวมไว้ไม่มีความจำเป็นต่อจุดประสงค์ตามที่รวบรวมไว้หรือนำไปประมวลผล

    ขณะที่มีสิทธิ คุณต้องลบข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลออกจากระบบของคุณ (นอกเสียจากว่ามีเหตุผลทางธุรกิจหรือทางกฎหมายที่กำหนดว่าต้องเก็บรักษาข้อมูลนั้น เพื่อจุดประสงค์ในการรายงานด้านการเงินหรือความจำเป็นในการรักษาตามกฎหมายของคุณ

    ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าต้องการหยุดทำธุรกิจกับคุณ พวกเขาอาจไม่ต้องการให้คุณเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาซึ่งคุณได้รวบรวมและเก็บรักษาไว้ แม้ว่าสิทธินี้จะมีข้อจำกัด เช่น ข้อยกเว้นและความแตกต่างเล็กน้อยที่ซับซ้อนตามที่เกี่ยวข้องกัน คุณต้องพิจารณาวิธีและความสามารถของคุณในการปฏิบัติตามความต้องการนั้น

    ในส่วนของ GoDaddy ตามที่เราได้อธิบายและดังที่เป็นไปตามบทต่อท้ายสำหรับการดำเนินการกับข้อมูลของเรา จะตอบรับคำขอจากคุณ (ผู้ควบคุมข้อมูล) ที่ต้องการลบข้อมูลของลูกค้าออกจากระบบของเราเมื่อมีการส่งคำขอ

  • สิทธิในการย้ายข้อมูล

    ความสามารถในการย้ายข้อมูลที่ตรงตามความต้องการถือเป็นอีกหนึ่งสิทธิที่ไม่เหมือนใครของ GDPR ซึ่งทำให้บุคคลสามารถรับและใช้ซ้ำข้อมูลส่วนตัวตามความต้องการของตนได้กับบริการต่างๆ ความสามารถนี้ทำให้บุคคลสามารถเคลื่อนย้าย คัดลอก หรือโอนย้ายข้อมูลส่วนตัวจากสภาพแวดล้อม IT หนึ่งไปสู่อีกสภาพแวดล้อมหนึ่งได้อย่างง่ายดายผ่านวิธีที่ปลอดภัยและรัดกุม โดยการใช้งานของข้อมูลนั้นๆ จะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

    ลองสมมติว่าคุณเป็นนักวางแผนงานกิจกรรม ลูกค้าของคุณมอบรายละเอียดผู้ติดต่อและสิทธิพิเศษส่วนตัวทั้งหมดของพวกเขาแก่คุณ แต่จากนั้นพวกเขาก็เปลี่ยนใจและเลือกที่จะจ้างนักวางแผนกิจกรรมรายใหม่แทน ใน EEA พวกเขาควรได้รับสำเนาข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาในรูปอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำงานกับนักวางแผนกิจกรรมรายใหม่ได้ง่ายดาย GoDaddy มีหน้าที่ช่วยดำเนินการในเรื่องนั้นภายในขอบเขตที่ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าปรากฏอยู่และสามารถแปลงข้อมูลออกให้คุณผ่านผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา

  • ความเป็นส่วนตัวดังที่ตั้งใจ

    ความเป็นส่วนตัวดังที่ตั้งใจ (หรือเป็นโดยปริยาย) หมายความว่าเมื่อคุณรับ ประมวลผล จัดเก็บ หรือใช้ข้อมูลส่วนตัว จะต้องพิจารณาและประกอบด้วยการป้องกันตามความจำเป็น คือ ไม่มีการพิจารณาเป็นพิเศษ ไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนเสริมเพิ่มเติม มีเพียงข้อมูลที่จำเป็นขั้นต่ำเท่านั้นที่จะรวบรวม ได้รับอย่างรัดกุม (เช่น การเข้ารหัส) จัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และมีเพียงคนที่มีความจำเป็นอย่างชอบธรรมซึ่งผ่านการฝึกบรมมาอย่างถูกต้องเท่านั้นที่เข้าถึงได้ โดยรวมถึงการตรวจสอบว่าบุคคลภายนอกก็มีการป้องกันเตรียมไว้ก่อนส่งข้อมูลส่วนตัวจากลูกค้าของคุณให้พวกเขา

    ขั้นตอนนี้มีความสำคัญเหมือนผู้ป่วยที่ต้องเข้าพบแพทย์ ในฐานะผู้ป่วย คุณต้องการให้บันทึกสุขภาพ บันทึกข้อมูล และคำปรึกษาที่คุณได้รับถูกเก็บเป็นความลับอย่างปลอดภัย ให้ใช้การเอาใจใส่เดียวกันนี้กับเจ้าของข้อมูลและคุณจะดำเนินการได้ด้วยดี

    การตรวจสอบการปฏิบัติงานในธุรกิจของคุณควรประกอบด้วยวิธีใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของ GoDaddy โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว ขณะที่เราหวังว่าผลิตภัณฑ์และบริการของเราสามารถปรับให้ตรงกับความต้องการเฉพาะด้านของคุณได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะเป็นคนกำหนดเองว่าการใช้บริการของเรานั้นเพียงพอต่อการปฏิบัติตามกฎหมายความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลที่เกี่ยวข้องหรือไม่

  • การแจ้งเตือนการรุกล้ำข้อมูล

    หากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ข้อมูลส่วนส่วนตัวถูกรุกล้ำ บริษัทมีหน้าที่ต้องแจ้งสำนักงานควบคุมดูแลภายใน 72 ชั่วโมงเพื่อให้รับทราบถึงการรุกล้ำหรือปราศจากการล่าช้าเกินควร โปรดปรึกษากับทนายของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ

เช่นนั้น เราควรทำสิ่งใดต่อ

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยส่วนใหญ่แล้ว GoDaddy ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลของคุณ เราจะประมวลผลข้อมูลอย่างเคร่งครัดตามที่ข้อกำหนดเพื่อมอบบริการที่คุณได้ซื้อจากเราในนามของคุณเอง หรือตามที่ได้รับแจ้ง สามารถใช้บริการของเราในแบบที่มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้คุณสามารถขายสินค้า หรือรวบรวมข้อมูลการนัดหมายหรือการขายให้ลูกค้าที่สนใจสินค้าได้หรือไม่ ได้ เราจะตรวจสอบว่าข้อมูลถูกประมวลผลอย่างปลอดภัยและรัดกุมในนามของคุณ

As the Data Controller, you control how the data is used and stored, and we will only process it per the terms of our Data Processing Addendum in providing and maintaining the services on your behalf. This means you need to pay close attention to your internal policies and employee access of records, including how you share data with 3rd parties and how easily someone could access the data subject's information.

ตามที่คุณได้เห็นจากหลักสำคัญที่กล่าวไว้ข้างต้น GDPR (และกฎหมายความเป็นส่วนตัวอื่นๆ) นั้นเกี่ยวข้องกับการรับรองว่าข้อมูลที่เรารวบรวมและใช้เพื่อให้ดำเนินธุรกิจสำเร็จ มีความรัดกุมและปลอดภัยตามความเหมาะสม


บทความนี้มีประโยชน์หรือไม่
ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ หากต้องการพูดคุยกับตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้า โปรดใช้หมายเลขโทรศัพท์ฝ่ายสนับสนุนหรือตัวเลือกแชทข้างบนนี้
ยินดีมากที่เราได้ช่วยเหลือ! ยังมีอย่างอื่นที่เราสามารถช่วยคุณได้หรือไม่
เสียใจด้วย บอกเราว่าอะไรที่ทำให้คุณสับสนหรือเหตุใดการแก้ไขนี้จึงไม่ช่วยคลี่คลายปัญหาของคุณ