GoDaddy

บทต่อท้ายสำหรับการดำเนินการกับข้อมูล (ลูกค้า)

บทต่อท้ายการประมวลผลข้อมูล (“บทต่อท้าย” นี้) ได้รับการดำเนินการโดยและระหว่าง GoDaddy.com, LLC, a Delaware limited liability company รวมถึงบริษัทในเครือ (“GoDaddy”) กับคุณ (“ลูกค้า”) และที่ได้เพิ่มไว้ รวมถึงข้อมูลเสริมสำหรับเงื่อนไขการให้บริการสากล นโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อตกลงใดๆ และทั้งหมดที่กำกับใช้ในการบริการอันครอบคลุม (รวมเรียกว่า “เงื่อนไขการให้บริการ”)  เว้นแต่ได้ระบุไว้ในบทต่อท้ายนี้ คำที่เน้นสำคัญที่ไม่ได้ระบุไว้ในบทต่อท้ายนี้จะมีความหมายให้ไว้ในเงื่อนไขการใช้บริการ

1. คำจำกัดความ

บริษัท” หมายถึงบุคคลใดๆ ซึ่งได้รับการควบคุม ทำการควบคุม หรืออยู่ในการควบคุมร่วมกันกับ GoDaddy

การบริการที่ครอบคลุม” บริการที่มีการโฮสต์ไว้ใดๆ ที่เราได้นำเสนอให้กับคุณอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการของข้อมูลส่วนตัวของเรา

“ข้อมูลของลูกค้า” หมายถึงข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลที่ได้รับการดำเนินการโดย GoDaddy ภายในเครือข่ายของ GoDaddy ในนามของลูกค้าที่อ้างอิงถึง หรือที่มีความเชื่อมโยงกับเงื่อนไขการบริการ

ผู้ควบคุมข้อมูล” หมายถึงลูกค้าในฐานะที่เป็นบุคคลซึ่งกำหนดวัตถุประสงค์และความหมายในการดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัว

ผู้ให้บริการข้อมูล” หมายถึง GoDaddy บุคคลที่ดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัวในนามของผู้ควบคุมข้อมูล

กฎหมายคุ้มครองข้อมูล” หมายถึงกฎหมายและกฎข้อบังคับทั้งหมด รวมถึงกฎหมายและกฎข้อบังคับของสหภาพยุโรป ที่มีผลบังคับใช้กับกระบวนการของข้อมูลส่วนตัวภายใต้ข้อตกลง

เจ้าของข้อมูล” หมายถึงบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัว

EEA” หมายถึงเขตเศรษฐกิจยุโรป

เครือข่าย GoDaddy” หมายถึง ศูนย์ข้อมูลของ GoDaddy เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้โฮสต์ (เช่น ไฟร์วอลล์เสมือนจริง) ที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ GoDaddy และนำมาใช้เพื่อจัดหาการบริการที่ครอบคลุม

ข้อมูลส่วนตัว” หมายถึงข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ระบุตัวตนได้ หรือสามารถระบุตัวตนได้

การดำเนินการ” หมายถึงการปฏิบัติการ หรือชุดการปฏิบัติการซึ่งดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัว โดยอาจหมายความรวมถึง การเก็บรวบรวมข้อมูล การบันทึก การจัดการ การจัดโครงสร้าง การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยน หรือการเปลี่ยนแปลง การกู้คืน การให้คำปรึกษา การใช้ การเปิดเผยข้อมูลโดยการส่งผ่าน การแพร่กระจาย หรือการทำให้ข้อมูลพร้อมใช้งาน การจัดเรียง หรือการผสานรวม การจำกัด หรือการทำลาย “การดำเนินการ”, “ดำเนินการ” และ “ดำเนินการแล้ว” จะได้รับการตีความตามดังที่กล่าวมา รายละเอียดการดำเนินการได้ระบุไว้ในภาคผนวก 1

เหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อระบบ” ไม่ว่าจะเป็น (ก) การไม่ปฏิบัติตามการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของ GoDaddy อันนำไปสู่อุบัติเหตุ หรือการทำลายข้อมูลอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การสูญหาย หรือการเข้าใช้งานข้อมูลลูกค้าอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือ (ข) การเข้าใช้งานอุปกรณ์ หรือสถานที่ปฏิบัติงานของ GoDaddy โดยไม่ได้รับอนุญาต ด้วยเหตุดังกล่าวนำมาซึ่งผลของการทำลาย สูญหาย การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการเปลี่ยนแปลงในข้อมูลของลูกค้า

มาตรฐานการรักษาความปลอดภัย” หมายถึงมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยตามที่แนบมากับบทต่อท้ายซึ่งเป็นภาคผนวก 2

ข้อกำหนดสัญญามาตรฐาน” หรือ “SCCs” หมายถึงภาคผนวก 3 ที่แนบมาและจัดทำขึ้นไว้ในบทต่อท้ายโดยอ้างถึงการตัดสินใจของคณะกรรมาธิการยุโรป ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2010 ในข้อกำหนดสัญญามาตรฐานสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลส่วนตัวไปยังผู้ให้บริการที่ให้บริการอยู่ในประเทศที่สามภายใต้คำสั่งคุ้มครองข้อมูล 

ผู้ให้บริการช่วง” หมายถึงผู้ให้บริการข้อมูลใดๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการไปจนถึงการดำเนินการกับข้อมูลในฐานะของผู้รวบรวมข้อมูล                                                               

2. การประมวลผลข้อมูล

2.1 ขอบเขตและบทบาท บทต่อท้ายนี้จะมีผลในการใช้งาน เมื่อมีการดำเนินการกับข้อมูลของลูกค้าโดย GoDaddy  สำหรับบริบทนี้ GoDaddy จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการข้อมูลในนามของลูกค้าในฐานะของผู้ควบคุมข้อมูลโดยอ้างตามข้อมูลของลูกค้า

2.2 รายละเอียดในการประมวลผลข้อมูล หัวข้อสำคัญของการดำเนินการกับข้อมูลของลูกค้าโดย GoDaddy คือประสิทธิภาพการทำงานของการบริการที่ครอบคลุมโดยอ้างอิงตามเงื่อนไขการให้บริการ และข้อตกลงสำหรับผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจง GoDaddy จะดำเนินการกับข้อมูลของลูกค้าในนามของ และภายใต้คำสั่งที่ออกเป็นเอกสารของลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้เท่านั้น: (i) ดำเนินการภายใต้เงื่อนไขการให้บริการ หรือข้อตกลงสำหรับผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจง (ii) การดำเนินการที่เริ่มต้นขึ้นโดยผู้ใช้โดยการใช้บริการที่ครอบคลุมของตน (iii) ดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งที่ออกเป็นเอกสารอื่นๆ อันสมควรตามที่ลูกค้าได้ให้ไว้ (เช่น ผ่านทางอีเมล) โดยที่คำแนะนำดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับเงื่อนไขของข้อตกลง GoDaddy ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม หรือเฝ้าสังเกตคำสั่งของลูกค้า หากคำสั่งดังกล่าวฝ่าฝืนต่อ GDPR หรือกฎหมายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลอื่นๆ ที่มีการบังคับใช้ ระยะเวลาในการดำเนินการ วิธีการและจุดประสงค์ของการดำเนินการ ประเภทของข้อมูลส่วนตัวและหมวดหมู่ของเจ้าของข้อมูลที่ดำเนินการภายใต้บทต่อท้ายนี้มีการระบุไว้เพิ่มเติมในภาคผนวก 1 (‘รายละเอียดการดำเนินการ’) ในบทต่อท้ายนี้

3. การปกปิดข้อมูลของลูกค้า

GoDaddy จะไม่เปิดเผยข้อมูลของลูกค้าแก่รัฐบาลหรือบุคคลที่สามใดๆ เว้นแต่ตามจำเป็นเนื่องจากเหตุผลทางกฎหมายหรือตามคำสั่งของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่มีผลและที่มีภาระผูกพัน (เช่น หมายศาลหรือคำสั่งศาล)  หากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายส่ง GoDaddy คำร้องขอข้อมูลของลูกค้า GoDaddy จะพยายามนำทางไปยังหน่วยงานบังคับกฎหมายเพื่อร้องขอข้อมูลดังกล่าวนั้นกับลูกค้าโดยตรง ส่วนหนึ่งในความพยายามที่กล่าวถึงนี้คือ GoDaddy อาจส่งข้อมูลการติดต่อเบื้องต้นของลูกค้าให้กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หากมีการบังคับให้เปิดเผยข้อมูลของลูกค้าแก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย GoDaddy จะแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงเหตุผลอันควรที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเพื่อให้ลูกค้าสามารถมองหาคำสั่งคุ้มครอง หรือขอรับการเยียวยาอย่างเหมาะสม เว้นแต่มีการห้ามมิให้ GoDaddy ดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าว

4. ความปลอดภัย

4.1 GoDaddy ปรับใช้และจะคงไว้ซึ่งการวัดผลเชิงเทคนิคและเชิงองค์กรสำหรับเครือข่าย GoDaddy ตามที่ได้อธิบายไว้ในส่วนนี้ และที่ได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ในภาคผนวก 2 ในส่วนบทต่อท้ายของมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง GoDaddy ได้ปรับใช้และคงไว้ซึ่งการวัดผลเชิงเทคนิคและเชิงองค์กรที่ระบุถึง (i) การรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย GoDaddy (ii) การรักษาความปลอดภัยเชิงกายภาพแก่สถานประกอบการ (iii) การควบคุมดูแลพนักงานและผู้รับเหมาในการเข้าใช้งานข้อมูล (i) และ/หรือ (ii) และ (iv) ซึ่งดำเนินการเพื่อการทดสอบ การประเมินค่า และการประเมินประสิทธิภาพของการวัดผลเชิงเทคนิคและเชิงองค์กรที่ GoDaddy นำมาปรับใช้ ในกรณีที่เราไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในที่นี้ได้ เราจะแจ้งให้คุณทราบเป็นลายลักษณ์อักษร (ผ่านทางเว็บไซต์และอีเมลของเรา) ทันทีที่สามารถทำได้

4.2 GoDaddy มอบคุณสมบัติและการทำงานเพื่อการรักษาความปลอดภัยข้อมูล ซึ่งลูกค้าอาจเลือกที่จะใช้ในการบริการที่ครอบคลุม ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบต่อ (ก) การกำหนดค่าการบริการที่ครอบคลุมอย่างเหมาะสม (ข) ใช้อำนาจการควบคุมดูแลที่มีในการเชื่อมโยงกับการบริการที่ครอบคลุม (รวมถึงการควบคุมดูแลการรักษาความปลอดภัย) เพื่อให้แน่ใจว่าการปกปิดความลับยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ความครบถ้วน ความพร้อมใช้งานและความสามารถในการกลับสู่สภาพเดิมของบริการและระบบการดำเนินการ (ค) ใช้อำนาจควบคุมดูแลที่มีในการเชื่อมโยงกับการบริการที่ครอบคลุม (รวมถึงการควบคุมดูแลการรักษาความปลอดภัย) เพื่ออนุญาตให้ลูกค้าสามารถเรียกคืนข้อมูลที่พร้อมใช้งาน และเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าได้ในเวลาที่เหมาะสม หากมีเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามเชิงกายภาพ หรือเชิงเทคนิค (เช่น การสำรองข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างถาวรอยู่เป็นประจำ) และ (ง) ดำเนินการตามขั้นตอนที่ลูกค้าพิจารณาแล้วว่าเพียงพอที่จะคงไว้ซึ่งการรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสม การคุ้มครอง และการลบข้อมูลของลูกค้า ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสลับเพื่อคุ้มครองข้อมูลของลูกค้าจากการเข้าใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต และการวัดผลเพื่อควบคุมสิทธิ์การเข้าใช้งานข้อมูลของลูกค้า

5. สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล

โดยที่ให้ความสำคัญกับลักษณะของการบริการที่ครอบคลุม GoDaddy ช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมข้อมูลบางอย่างได้ตามที่อธิบายไว้ในส่วน “การรักษาความปลอดภัย” ที่อยู่ในบทต่อท้ายซึ่งลูกค้าอาจเลือกที่จะใช้เพื่อเรียกคืน แก้ไข ลบ หรือจำกัดการใช้ และการแชร์ข้อมูลลูกค้าตามที่ได้อธิบายไว้ในการบริการที่ครอบคลุม ลูกค้าอาจใช้การควบคุมเหล่านี้เป็นเทคนิคและการวัดผลเชิงองค์กรเพื่อช่วยในการเชื่อมโยงกับข้อผูกมัดภายใต้กฎหมายความเป็นส่วนตัวที่บังคับใช้ รวมถึงข้อผูกมัดที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองในคำขอของเจ้าของข้อมูล โดยเป็นไปตามเหตุผลทางการค้า และในขอบเขตที่จำเป็นหรือได้รับอนุญาตตามกฎหมาย GoDaddy จะแจ้งเตือนลูกค้าให้ทราบในทันที หาก GoDaddy ได้รับคำร้องขอจากเจ้าของข้อมูลโดยตรงให้ดำเนินการตามสิทธิ์ภายใต้กฎหมายข้อมูลส่วนตัวที่มีผลบังคับใช้ใดๆ (“คำร้องขอจากเจ้าของข้อมูล”) นอกจากนี้ การใช้งานบริการที่ครอบคลุมของลูกค้าอาจจำกัดความสามารถในการตอบสนองต่อคำร้องขอจากเจ้าของข้อมูล GoDaddy อาจให้ความช่วยเหลือเชิงการค้าอย่างสมเหตุสมผล ตามที่ได้รับอนุญาตและเป็นไปอย่างเหมาะสมตามกฎหมาย และให้ความช่วยเหลือเมื่อมีคำร้องขอที่เฉพาะเจาะจงจากลูกค้า ทั้งนี้เพื่อตอบสนองต่อคำร้องขอดังกล่าว โดยลูกค้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น (หากมี)

6. การให้บริการช่วง

6.1 ผู้ให้บริการช่วงที่ได้รับอนุญาต ลูกค้ายินยอมว่า GoDaddy อาจใช้ผู้ให้บริการช่วงในการดำเนินการตามข้อผูกมัดสัญญาภายใต้เงื่อนไขการให้บริการและบทต่อท้ายนี้ หรือมอบการบริการบางอย่างในนามของตน เช่น การจัดหาการบริการสนับสนุน ในที่นี้ลูกค้าได้ยินยอมที่จะใช้ผู้ให้บริการช่วงของ GoDaddy ตามที่ได้อธิบายไว้ในส่วนนี้ เว้นแต่ได้ระบุไว้ในส่วนนี้ หรือได้รับอนุญาตจากคุณอย่างชัดแจ้ง GoDaddy จะไม่อนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมการให้บริการช่วงอื่นใดๆ

6.2 ข้อผูกมัดของผู้ให้บริการช่วง เมื่อ GoDaddy ใช้ผู้ให้บริการช่วงที่ได้รับอนุญาตใดๆ ตามที่อธิบายไว้ในส่วน 6.1:

(i) GoDaddy จะจำกัดสิทธิ์การเข้าใช้งานของผู้ให้บริการช่วงในการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าต่อเมื่อจำเป็นต้องคงไว้ซึ่งการบริการที่ครอบคลุม หรือเพื่อมอบการบริการที่ครอบคลุมแก่ลูกค้าและผู้ใช้ใดๆ โดยเป็นไปตามการบริการที่ครอบคลุม GoDaddy จะห้ามผู้ให้บริการช่วงเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าหากมีการใช้งานด้วยวัตถุประสงค์อื่นใดๆ

(ii) GoDaddy จะดำเนินการตามข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกับผู้ให้บริการช่วงและ ตามขอบเขตซึ่งผู้ให้บริการช่วงกำลังดำเนินการในการบริการดำเนินการกับข้อมูลเดียวกัน ซึ่ง GoDaddy เป็นผู้จัดหาให้ภายใต้บทต่อท้ายนี้ GoDaddy จะกำหนดให้ผู้ให้บริการช่วงดำเนินการตามข้อผูกพันสัญญาเดียวกันที่ GoDaddy ได้ดำเนินการภายใต้บทต่อท้ายนี้ และ

(iii) GoDaddy จะคงไว้ซึ่งความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามข้อผูกมัดที่อยู่ในบทต่อท้ายนี้ และสำหรับการปฏิบัติใดๆ หรือการละเว้นต่อผู้ให้บริการช่วงที่อาจเป็นเหตุให้ GoDaddy ต้องฝ่าฝืนข้อผูกมัดของ GoDaddy ภายใต้บทต่อท้ายนี้

6.3 ผู้ให้บริการช่วงรายใหม่  ในบางครั้ง เราอาจทำงานร่วมกับผู้ให้บริการช่วงรายใหม่ภายใต้และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในบทต่อท้ายนี้  ในกรณีดังกล่าว เราจะแจ้งให้คุณทราบล่วงหน้า 60 วัน (ผ่านทางเว็บไซต์และอีเมลของเรา) ก่อนที่ผู้ให้บริการรายใหม่จะนำข้อมูลลูกค้าใดๆ ไปใช้ หากลูกค้าของคุณไม่อนุมัติให้ใช้ผู้ให้บริการช่วงรายใหม่ ลูกค้าอาจบอกเลิกการบริการที่ครอบคลุมโดยไม่ต้องเสียค่าปรับใดๆ หากได้แจ้ง หรือรับการแจ้งเตือนจากเรา 10 วันล่วงหน้า การแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรจะมีคำอธิบายถึงเหตุผลการไม่อนุมัติของคุณ หากบริการที่ครอบคลุมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริการ หรือการสั่งซื้อแบบกลุ่มบริการ การบอกเลิกใดๆ จะมีผลบังคับใช้กับกลุ่มดังกล่าวทั้งหมด

7. การแจ้งเตือนการละเมิดการรักษาความปลอดภัย

7.1 เหตุการณ์เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย หาก GoDaddy รับทราบถึงเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคาม GoDaddy จะเร่งดำเนินการในทันที โดย: (ก) แจ้งเตือนลูกค้าถึงเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคาม และ (ข) ดำเนินการตามขั้นตอนอันควรเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น และเพื่อลดความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามนี้ให้เหลือน้อยที่สุด 

7.2 ความช่วยเหลือ GoDaddy  เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในเรื่องเกี่ยวกับการแจ้งเตือนถึงการล่วงละเมิดข้อมูลส่วนตัว ลูกค้าจำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายความเป็นส่วนตัวใดๆ ที่บังคบใช้ GoDaddy จะรวมเอาการแจ้งเตือนไว้ในส่วนที่ 8.1 ข้อมูลดังกล่าวที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อระบบ ตามที่ GoDaddy สามารถเปิดเผยแก่ลูกค้าได้ตามเหตุอันควร ทั้งนี้จะต้องให้ความสำคัญกับวิธีการให้บริการที่ครอบคลุม ข้อมูลมีพร้อมให้บริการแก่ GoDaddy และข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูลใดๆ เช่น การปกปิดเป็นความลับ  

7.3 ความล้มเหลวในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามการรักษาความปลอดภัย ลูกค้ายอมรับว่า:

(i) ความล้มเหลวในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อระบบจะไม่อยู่ภายใต้บังคับของเงื่อนไขในบทต่อท้ายนี้ ความล้มเหลวในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อระบบเป็นหนึ่งในผลที่ตามมาจากการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ เข้าถึงเครือข่ายของ GoDaddy อุปกรณ์ หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของลูกค้า และอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การโจมตีของ Ping และบอร์ดแคสต์อื่นๆ บนไฟร์วอลล์ หรือเซิร์ฟเวอร์เอดจ์ การสแกนพอร์ต ความพยายามในการเข้าสู่ระบบที่ไม่ประสบผล การปฏิเสธของการโจมตีการบริการ โปรแกรมที่เอาไว้ดักจับข้อมูล (หรือการเข้าถึงเส้นทางการรับส่งข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งอาจไม่ส่งผลต่อการเข้าใช้งานที่นอกเหนือจากส่วนหัว) หรือเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามที่คล้ายกัน และ

(ii) ข้อผูกมัดของ GoDaddy ที่ต้องรายงาน หรือตอบสนองกับเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อระบบภายใต้ส่วนนี้ไม่ใช่ และไม่ได้ตีความว่าเป็นความผิดใดๆ ของ GoDaddy หรือความรับผิดชอบของ GoDaddy อันเนื่องจากเหตุการณ์ที่เป็นภัยคุกคามต่อระบบ  

7.4 การติดต่อสื่อสาร การแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อระบบ หากมี จะส่งการแจ้งเตือนไปยังหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งผู้ดูแลระบบของลูกค้าไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ ที่ GoDaddy ได้เลือกไว้ รวมถึงการส่งผ่านทางอีเมล ทั้งนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียวที่จะต้องแน่ใจว่าผู้ดูแลระบบของลูกค้าได้ดูแลรักษาข้อมูลการติดต่อบนแผงควบคุมการจัดการ GoDaddy อยู่เสมอและต้องรักษาความปลอดภัยในขณะส่งผ่านข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

8. สิทธิ์ของลูกค้า

8.1 การพิจารณาโดยอิสระ ลูกค้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจทานข้อมูลที่ GoDaddy ให้บริการอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลการรักษาความปลอดภัย และมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงสร้างการตัดสินใจอย่างอิสระไม่ว่าการบริการที่ครอบคลุมนั้นจะเป็นไปตามความต้องการของลูกค้าหรือไม่ และข้อผูกมัดทางกฎหมายอันรวมถึงข้อผูกมัดของลูกค้าภายใต้บทต่อท้ายนี้ ข้อมูลที่พร้อมใช้งานนี้มีไว้เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถปฏิบัติตามข้อผูกมัดของลูกค้าภายใต้กฎหมายความเป็นส่วนตัวที่บังคับใช้ รวมถึง GDPR โดยให้ความเคารพต่อการคุ้มครองข้อมูลที่มีผลกระทบต่อการประเมินและการให้คำปรึกษาก่อนหน้า

8.2 สิทธิ์ในการตรวจสอบลูกค้า ลูกค้ามีสิทธิ์ในการยืนยันการปฏิบัติตามอย่างสอดคล้องของ GoDaddy ที่อยู่ในบทต่อท้ายนี้ ตามที่ระบุไว้ในการบริการที่ครอบคลุม รวมถึงการปฏิบัติตามอย่างสอดคล้องกับ GoDaddy เป็นพิเศษด้วยมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย โดยจะใช้สิทธิ์อันควรในการดำเนินการตรวจสอบหรือตรวจหาข้อเท็จจริง รวมถึงปฏิบัติตามภายใต้ข้อสัญญามาตรฐาน หากต้องดำเนินการ โดยการส่งคำร้องขอเป็นพิเศษแก่ GoDaddy เป็นลายลักษณ์อักษรตามที่ได้ระบุไว้ในเงื่อนไขการบริการ หาก GoDaddy ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งที่ร้องขอโดยลูกค้าเพื่อให้ทำการตรวจสอบหรือตรวจหาข้อเท็จจริงตามขอบเขตและที่ร้องขอโดยเฉพาะ ลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะยุติการปฏิบัติตามบทต่อท้ายและเงื่อนไขการบริการนี้ หากมีการใช้ข้อสัญญามาตรฐาน ในส่วนของข้อสัญญามาตรฐานดังกล่าวนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข รวมถึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิ์ของหน่วยงานควบคุมดูแล หรือเจ้าของข้อมูลใดๆ ภายใต้ข้อสัญญามาตรฐาน โดยส่วนนี้จะมีผลใช้งานตราบเท่าที่ GoDaddy ได้มอบการควบคุมให้กับผู้ให้บริการช่วงในนามของลูกค้าได้โดยลุล่วง

9. การส่งผ่านข้อมูลส่วนตัวระหว่างประเทศ

9.1 การดำเนินการ ภายในประเทศสหรัฐอเมริกา เว้นแต่มีการแจ้งไว้เป็นพิเศษในเงื่อนไขการบริการ ข้อมูลของลูกค้าจะได้รับการถ่ายโอนออกนอก EEA และดำเนินกระบวนการในประเทศสหรัฐอเมริกา  

9.2 การใช้ข้อสัญญามาตรฐาน โดยจะนำเอาข้อสัญญามาตรฐานมาใช้กับข้อมูลของลูกค้าเมื่อมีการถ่ายโอนข้อมูลภายนอก EEA ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนโดยตรงหรือผ่านการถ่ายโอนต่อไปยังประเทศใดๆ ที่คณะกรรมาธิการยุโรปไม่รู้จัก เนื่องขณะที่มีการจัดหาระดับการป้องกันข้อมูลส่วนตัวอย่างเพียงพอ (ตามที่ได้อธิบายไว้ใน GDPR) ทั้งนี้จะไม่มีการนำเอาข้อสัญญามาตรฐานมาใช้กับข้อมูลของลูกค้าที่ไม่ได้มีการถ่ายโอนข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนโดยตรงหรือผ่านการถ่ายโอนต่อไปภายนอก EEA  แม้ว่าจะไม่ได้นำเอาข้อสัญญามาตรฐานมาใช้กับข้อมูลที่มีการถ่ายโอนภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติตามอย่างสอดคล้องที่เป็นที่รู้จักสำหรับการถ่ายโอนข้อมูลส่วนตัว (ตามที่ได้อธิบายไว้ใน GDPR) ภายนอก EEA อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น กรอบโครงสร้างการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวในการโอนข้อมูลระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์กับสหรัฐอเมริกา  

10. การบอกเลิกบทต่อท้าย

บทต่อท้ายนี้จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าจะมีการบอกเลิกการดำเนินการของเราอันเป็นไปตามเงื่อนไขการให้บริการ (“วันที่บอกเลิก”)  

11. การส่งคืนหรือลบข้อมูลของลูกค้า

ตามที่ได้อธิบายไว้ในการบริการที่ครอบคลุม ลูกค้าอาจได้รับมอบอำนาจในการควบคุม เพื่อใช้อำนาจดังกล่าวในการเรียกใช้ หรือลบข้อมูลลูกค้า การลบข้อมูลใดๆ ของลูกค้าจะได้รับการกำกับดูแลตามเงื่อนไขของบริการที่ครอบคลุมที่เจาะจงเป็นพิเศษ

12. ข้อจำกัดของความรับผิด

ความรับผิดของแต่ละบุคคลภายใต้บทต่อท้ายนี้จะอยู่ภายใต้การยกเว้นและการจำกัดความรับผิดตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขการให้บริการ ลูกค้ายอมรับว่าการลงโทษตามข้อบังคับซึ่ง GoDaddy เป็นผู้รับผิดต่อผลที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวข้องกับข้อมูลของลูกค้า หรือมีความเชื่อมโยงกัน การไม่ปฏิบัติตามข้อผูกมัดของลูกค้าภายใต้บทต่อท้ายนี้ และกฎหมายความเป็นส่วนตัวที่บังคับใช้ใดๆ จะมีผลและลดความรับผิดของ GoDaddy ลงภายใต้เงื่อนไขการให้บริการเสมือนเป็นความรับผิดต่อลูกค้าภายใต้เงื่อนไขการให้บริการ

13. เงื่อนไขการให้บริการทั้งหมด ข้อขัดแย้ง

บทต่อท้ายนี้จะใช้แทนและแทนที่ทุกบทต่อท้ายก่อนหน้านี้ หรือสิ่งแทนความในเวลานั้น ความเข้าใจ ข้อตกลง หรือการสื่อสารระหว่างลูกค้าและ GoDaddy ไม่ว่าจะโดยลายลักษณ์อักษรหรือวาจา โดยอ้างตามเนื้อหาในบทต่อท้ายนี้ รวมถึงภาคผนวกการดำเนินการข้อมูลใดๆ ที่ได้บันทึกไว้ระหว่าง GoDaddy และลูกค้าซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัว และการโยกย้ายข้อมูลดังกล่าวได้อย่างอิสระ  เว้นแต่ได้แก้ไขไว้ในบทต่อท้ายนี้ เงื่อนไขการให้บริการจะยังคงมีผลบังคับใช้และมีผลอย่างสมบูรณ์  หากมีข้อขัดแย้งระหว่างข้อตกลงอื่นใดๆ ระหว่างคณะบุคคลรวมถึงเงื่อนไขการให้บริการและบทต่อท้ายนี้ ให้ถือปฏิบัติตามบทต่อท้ายนี้เป็นหลัก

** ************************************************

ภาคผนวก 1

 รายละเอียดในการดำเนินการ

 1. ลักษณะและจุดประสงค์ของกระบวนการ GoDaddy จะดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัวตามความจำเป็นเพื่อมอบการบริการที่ครอบคลุมโดยเป็นไปตามที่ได้อ้างอิงในเงื่อนไขการให้บริการ ข้อตกลงพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ และตามที่ได้มีคำแนะนำเพิ่มเติมจากลูกค้าเมื่อมีการใช้บริการที่ครอบคลุม

 2. ระยะเวลาในการดำเนินการ อ้างอิงตามส่วนที่ 10 ในบทต่อท้ายนี้ GoDaddy จะดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัวในระหว่างวันที่มีผลบังคับใช้ของเงื่อนไขการให้บริการ แต่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขในบทต่อท้ายนี้สำหรับระยะเวลาในการดำเนินการ หากมีการเขียนเพิ่มเติมไว้ในเงื่อนไข และเว้นแต่ว่าได้มีการตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร

3. หมวดหมู่ของเจ้าของข้อมูล ลูกค้าอาจอัปโหลดข้อมูลส่วนตัวเพื่อใช้ในการบริการที่ครอบคลุม ตามขอบเขตการใช้งานจะได้รับการพิจารณาและควบคุมโดยลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว และอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่ของเจ้าของข้อมูล ดังต่อไปนี้:

  • ลูกค้าเป้าหมาย ลูกค้า คู่ค้าธุรกิจ และผู้ขายของลูกค้า (ผู้ที่เป็นบุคคลธรรมดา)
  • พนักงานหรือบุคคลติดต่อของลูกค้าเป้าหมาย ลูกค้า คู่ค้าธุรกิจ และผู้ขาย
  • พนักงาน ตัวแทน ที่ปรึกษา ฟรีแลนซ์ของลูกค้า (ผู้ที่เป็นบุคคลธรรมดา)
  • ผู้ใช้ของลูกค้าซึ่งได้รับอนุญาตโดยลูกค้าให้ใช้บริการที่ครอบคลุม

 4. ประเภทของข้อมูลส่วนตัว ลูกค้าอาจอัปโหลดข้อมูลส่วนตัวเพื่อใช้ในการบริการที่ครอบคลุม ประเภทและขอบเขตการใช้งานจะได้รับการพิจารณาและควบคุมโดยลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว และอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงหมวดข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของข้อมูล ดังต่อไปนี้: 

  • ชื่อ
  • ที่อยู่
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • วันเกิด
  • ที่อยู่อีเมล
  • ข้อมูลอื่นๆ ที่เก็บรวบรวมไว้ที่อาจระบุถึงตัวคุณได้โดยตรงหรือโดยอ้อม

** ************************************************

ภาคผนวก 2

มาตรฐานการรักษาความปลอดภัย

I.  การวัดผลเชิงเทคนิคและเชิงองค์กร  

เราให้คำมั่นสัญญาว่าจะคุ้มครองข้อมูลของลูกค้าของเรา  พิจารณาตามหลักการปฏิบัติที่ดี ค่าใช้จ่ายในการนำมาปรับใช้งานและวิธี ขอบเขต สภาพแวดล้อม รวมถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินการ รวมทั้งความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นที่แตกต่างกันไปและความร้ายแรงของความเสี่ยงของสิทธิ์และอิสระของบุคคลทั่วไปที่เราได้นำเอาวิธีการเชิงเทคนิคและองค์กรต่อไปนี้มาปฏิบัติใช้  เมื่อมีการพิจารณาถึงการเลือกวิธีการซึ่งปกปิดเป็นความลับ ความสมบูรณ์ของข้อมูล ความพร้อมใช้งานและความยืดหยุ่นของระบบที่นำมาใช้งาน รับประกันการกู้คืนข้อมูลอย่างรวดเร็วภายหลังจากมีเหตุการณ์ที่เป็นภัยคุกคามต่อระบบเชิงกายภาพหรือเทคนิค 

II.  โปรแกรมความเป็นส่วนตัวของข้อมูล  

โปรแกรมความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของเราได้รับการจัดทำขึ้นมาเพื่อคงไว้ซึ่งโครงสร้างการกำกับดูแลข้อมูลสากล และรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลตลอดอายุการใช้งาน โปรแกรมนี้ขับเคลื่อนโดยเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล ซึ่งจะคอยตรวจสอบการปฏิบัติใช้นโยบายและวิธีการรักษาความปลอดภัย เราจะทำการตรวจสอบ ประเมินค่า และประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ   

1. การรักษาความลับ “การรักษาความลับ หมายถึง ข้อมูลส่วนตัวจะได้รับการคุ้มครองหากมีการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต”  

เราใช้ความหลากหลายของการวัดผลเชิงกายภาพและเชิงตรรกะเพื่อคุ้มครองการปกปิดเป็นความลับให้กับข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า การวัดผลเหล่านั้น รวมถึง:   

  การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ  

  • ระบบการควบคุมการเข้าใช้งานเชิงกายภาพในสถานที่ทำงาน (การควบคุมการเข้าสถานที่ด้วยบัตรพนักงาน การติดตามเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น) 
  • ระบบการควบคุมดูแล รวมถึงการแจ้งเตือนและการเฝ้าติดตามผ่าน CCTV ตามที่เห็นว่าเหมาะสม  
  • นโยบายจัดเก็บเอกสารและการควบคุมการใช้งาน (การล็อกคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช้งาน ตู้เก็บเอกสารที่ต้องปิดล็อกไว้ ฯลฯ)  
  •  การจัดการการเข้าใช้งานของผู้เข้าชม 
  • การทำลายข้อมูลบนสื่อและเอกสารที่จับต้องได้ (การตัดเป็นชิ้นเล็กๆ การถอดแม่เหล็ก เป็นต้น) 

  การควบคุมการเข้าใช้งานและการป้องกันการเข้าใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต 

  • การจำกัดสิทธิ์เข้าใช้งานของผู้ใช้ และการให้อนุญาตสิทธิ์เข้าใช้งานตามหน้าที่/ทบทวนสิทธิ์ใช้งานโดยแยกตามหลักการทำหน้าที่  
  • วิธีการยืนยันตัวตนและการให้อนุญาตอย่างเข้มงวด (การยืนยันตัวตนโดยใช้หลายปัจจัย การให้อนุญาตตามใบรับรอง การปิดใช้งาน/การออกจากระบบโดยอัตโนมัติ) 
  • การจัดการรหัสผ่านแบบศูนย์รวม และนโยบายการตั้งค่ารหัสผ่านที่เดาได้ยาก/ซับซ้อน (ความยาวขั้นต่ำ ความซับซ้อนของอักขระ การหมดอายุของรหัสผ่าน เป็นต้น)   
  • ควบคุมสิทธิ์ในการส่งอีเมลและใช้งานอินเทอร์เน็ต 
  • การจัดการการป้องกันไวรัส  
  • การบริหารจัดการระบบการป้องกันการรุก  

การเข้ารหัส   

  • การเข้ารหัสลับการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกผ่านทางโปรโตคอลวิทยาการเข้ารหัสลับ  
  • การเข้ารหัสลับข้อมูลด้วย PII/SPII สำหรับข้อมูลอื่นๆ ที่เหลืออยู่ (ฐานข้อมูล ไดเรกทอรีที่ใช้ร่วมกัน เป็นต้น)   
  • การเข้ารหัสลับให้กับดิสก์อย่างเต็มรูปแบบสำหรับเครื่องพีซีของบริษัทและแล็ปท็อป   
  • การเข้ารหัสลับของสื่อจัดเก็บข้อมูล  
  • การเชื่อมต่อระยะไกลไปยังเครือข่ายของบริษัทจะได้รับการเข้ารหัสลับผ่านทาง VPN  
  • การรักษาความปลอดภัยแก่วัฏจักรของการเข้ารหัสลับข้อมูลสำคัญ  

 การปรับลดขนาดข้อมูล    

  • การปรับลดขนาด PII/SPI ในแอปพลิเคชัน การแก้จุดบกพร่องและบันทึกการรักษาความปลอดภัย  
  • การนำข้อมูลระบุตัวตนออกจากข้อมูลส่วนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้สามารถระบุตัวตนของบุคคลได้โดยตรง 
  • การแยกข้อมูลที่จัดเก็บตามฟังก์ชัน (ทดสอบจัดเตรียม ใช้งานจริง) 
  • การแยกข้อมูลเชิงตรรกะตามบทบาทโดยอ้างตามสิทธิ์การเข้าใช้งาน 
  • ระบุระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัว   

การทดสอบการรักษาความปลอดภัย     

  • การทดสอบเจาะระบบสารสนเทศสำหรับเครือข่ายบริษัทที่สำคัญ และแพลตฟอร์มสำหรับการโฮสต์ข้อมูลส่วนตัว 
  • การสแกนช่องโหว่และเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ   

2. ความสมบูรณ์ของข้อมูล “ความครบถ้วนอ้างอิงถึงความแน่ใจในความถูกต้อง (ทำงานได้เป็นปกติ) ของข้อมูลและฟังก์ชันการแก้ไขข้อมูลของระบบ เมื่อมีการใช้คำว่า ความครบถ้วน เชื่อมโยงกับคำว่า "ข้อมูล" นั่นแสดงว่าข้อมูลมีความสมบูรณ์และไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง”  

การควบคุมการบริหารการเปลี่ยนแปลงและการบันทึกข้อมูลได้รับการดำเนินการอย่างเหมาะสม นอกเหนือจากการควบคุมการเข้าใช้งานข้อมูลเพื่อคงไว้ซึ่งความถูกต้องของข้อมูลส่วนตัว เช่น:    

การจัดการการเปลี่ยนแปลงและนำข้อมูลออกใช้    

  • กระบวนการเปลี่ยนแปลงและนำข้อมูลออกใช้ รวมถึง (การวิเคราะห์ผลกระทบ การอนุมัติ การทดสอบ การทบทวนการรักษาความปลอดภัย การจัดเตรียมข้อมูล การติดตาม เป็นต้น)  
  • บทบาทและหน้าที่การทำงานอ้างอิงตาม (การแย่งแยกหน้าที่) การเข้าใช้งานสิ่งที่จัดเตรียมไว้สำหรับสภาพแวดล้อมในการทำงานจริง    

การบันทึกและการเฝ้าติดตาม

  • การบันทึกการเข้าใช้งานและการเปลี่ยนแปลงข้อมูล  
  • การตรวจสอบส่วนกลางและบันทึกการรักษาความปลอดภัย   
  • การติดตามความเสร็จสมบูรณ์และความถูกต้องในการถ่ายโอนข้อมูล (ตรวจสอบต้นทางจนถึงปลายทาง)    

3. ความพร้อมใช้งาน “ความพร้อมใช้งานของบริการและระบบ IT แอปพลิเคชัน IT การทำงานของเครือข่าย IT หรือข้อมูลที่ได้รับการรับประกัน หากผู้ใช้สามารถใช้งานสิ่งดังกล่าวได้ตลอดเวลาตามที่ตั้งใจไว้”    

เราประยุกต์ใช้การวัดผลความต่อเนื่องและการรักษาความปลอดภัยเพื่อคงไว้ซึ่งความพร้อมใช้งานของบริการและข้อมูลที่มีอยู่ในบริการเหล่านั้น:    

  • การทดสอบความล้มเหลวอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำมาใช้กับการบริการที่สำคัญ  
  • ประสิทธิภาพการทำงานอันครอบคลุม/การติดตามความพร้อมใช้งานและการรายงานสำหรับระบบวิกฤติ  
  • โปรแกรมการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อระบบ  
  • ข้อมูลสำคัญไม่ว่าจะอยู่ในรูปสำเนาข้อมูลหรือการสำรองข้อมูล(การสำรองข้อมูลบนคลาวด์/ฮาร์ดดิสก์/การคัดลอกข้อมูลบนฐานข้อมูล เป็นต้น) 
  • ซอฟต์แวร์ที่วางแผนการใช้งานไว้ โครงสร้างพื้นฐานและคงไว้ซึ่งการรักษาความปลอดภัย (การอัปเดตซอฟต์แวร์ โปรแกรมแก้ไขปัญหาช่องโหว่ของการรักษาความปลอดภัย ฯลฯ)   
  • ระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล (เซิร์ฟเวอร์คลัสเตอร์, การทำมิเรอร์ให้กับฐานข้อมูล การตั้งค่าความพร้อมใช้งานสูง ฯลฯ) ที่ติดตั้งไว้ทั้งในและนอกสถานที่ทำงาน และ/หรือสถานที่ตั้งเชิงภูมิศาสตร์ที่แยกจากกัน    
  • ใช้ตัวสำรองไฟที่ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ฮาร์ดแวร์สำรองเพื่อป้องกันการทำงานล้มเหลว และระบบเครือข่าย  
  • การแจ้งเตือน ระบบการรักษาความปลอดภัยในสถานที่  
  • วิธีการคุ้มครองทางกายภาพในสถานที่สำหรับสถานที่ที่มีความสำคัญสูง (อุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกิน พื้นยกสูง ระบบทำความเย็น ไฟไหม้ และ/หรือเครื่องตรวจจับควัน ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ฯลฯ) 
  • การป้องกัน DDOS เพื่อคงไว้ซึ่งความพร้อมใช้งาน   
  • การทดสอบความเร็วในการโหลดและภาวะวิกฤติ  

4คำแนะนำในการดำเนินการกับข้อมูล "คำแนะนำในการดำเนินการกับข้อมูล อ้างอิงถึงการให้ความมั่นใจว่าจะมีเพียงแค่ข้อมูลส่วนตัวเท่านั้นที่จะได้รับการดำเนินการอันสอดคล้องกับคำแนะนำของวิธีวัดผู้รวบรวมข้อมูลและบริษัทที่เกี่ยวข้อง"  

เราได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับการใช้งานภายในองค์กร ข้อตกลงและให้การฝึกอบรมแก่พนักงานในหัวข้อเรื่องความเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนตัวจะได้รับการดำเนินการภายใต้คำแนะนำและการกำหนดค่าของลูกค้า   

  • นโยบายและเงื่อนไขในการปกปิดความลับที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างพนักงาน 
  • การฝึกอบรมเรื่องข้อมูลส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวให้กับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ 
  • บทบัญญัติสัญญาที่เหมาะสมกับข้อตกลงที่มีผู้ให้บริการช่วงเพื่อคงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการควบคุมดูแล
  • การตรวจสอบความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ให้บริการภายนอกอย่างสม่ำเสมอ 
  • การมอบอำนาจให้กับลูกค้าในการควบคุมดูแลการกำหนดค่าในการดำเนินการกับข้อมูลของตนโดยสมบูรณ์
  • การตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ 

**********************************************

ภาคผนวก 3

ดูส่วนที่ 9.2 ของบทต่อท้ายสำหรับ การใช้ประโยชน์จาก SCC เหล่านี้

ข้อสัญญามาตรฐาน (ผู้ให้บริการ)

สำหรับวัตถุประสงค์ของมาตรา 26(2) แห่งคำสั่งคุ้มครองข้อมูล 95/46/EC สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลส่วนตัวไปยังผู้ให้บริการที่ดำเนินการในประเทศที่สาม ซึ่งขาดความมั่นใจว่าจะมีการคุ้มครองข้อมูลในระดับที่เพียงพอ

บุคคลที่ได้รับการระบุไว้ในบทต่อท้ายว่าเป็น “ลูกค้า”
(“ผู้ส่งออกข้อมูล”)

และ

GoDaddy.com, LLC

 (“ผู้นำเข้า ข้อมูล”)

หากคนเดียว เรียกว่า “บุคคล” หากมีการรวมกลุ่มกันจะเรียกว่า “คณะบุคคล”

เห็นชอบกับข้อกำหนดสัญญาต่อไปนี้ (ข้อกำหนด) เพื่ออ้างถึงการป้องกันที่เพียงพอต่อการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและสิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพของบุคคลในการถ่ายโอนข้อมูลโดยผู้ส่งออกข้อมูลไปยังผู้นำเข้าข้อมูลสำหรับข้อมูลส่วนตัวตามที่ได้ระบุไว้ในภาคผนวก 1

ข้อกำหนด 1

คำจำกัดความ

สำหรับวัตถุประสงค์ของข้อกำหนด:

(ก) ‘ข้อมูลส่วนตัว', 'หมวดข้อมูลพิเศษ', 'ดำเนินการ/กำลังดำเนินการ', 'ผู้ควบคุม', 'ผู้ให้บริการ', 'เจ้าของข้อมูล' และ 'หน่วยงานควบคุมดูแล' จะต้องมีความหมายเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในคำสั่งคุ้มครองข้อมูล 95/46/EC ของสหภาพยุโรปและสภาตามประกาศใช้ ณ วันที่ 24 ตุลาคม 1995 ในเรื่องการคุ้มครองบุคคลอันเกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่อข้อมูลส่วนตัว และการโยกย้ายข้อมูลดังกล่าวอย่างอิสระ

(ข) 'ผู้ส่งออกข้อมูล' หมายถึงผู้ควบคุมที่ถ่ายโอนข้อมูลส่วนตัว

(ค) 'ผู้นำเข้าข้อมูล' หมายถึงผู้ให้บริการที่ยอมรับว่าจะรับข้อมูลจากผู้ส่งออกข้อมูลโดยส่งออกข้อมูลส่วนตัวเพื่อการดำเนินการในนามของตนภายหลังจากที่ได้ถ่ายโอนข้อมูลตามคำสั่งและเงื่อนไขในข้อกำหนด และผู้ที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้ระบบของบุคคลที่สามซึ่งแน่ใจแล้วว่ามีการปกป้องข้อมูลอย่างเพียงพอภายใต้คำนิยามของมาตรา 25(1) แห่งคำสั่งคุ้มครองข้อมูล 95/46/EC

(ง) 'ผู้ให้บริการช่วง' หมายถึงผู้ให้บริการใดๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้นำเข้าข้อมูล หรือโดยผู้ให้บริการช่วงอื่นใดๆ ของผู้นำเข้าข้อมูลผู้ที่ยินยอมในการรับข้อมูลจากผู้นำเข้าข้อมูล หรือจากผู้ให้บริการช่วงอื่นใดๆ ของผู้นำเข้าข้อมูลซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวแต่เพียงผู้เดียว โดยมีจุดประสงค์เพื่อการดำเนินการกับกิจกรรมที่จะดำเนินการภายในนามของผู้ส่งออกข้อมูล ภายหลังจากมีการโอนย้ายข้อมูลอันสอดคล้องกับคำสั่งของผู้ส่งออก ข้อตกลงของข้อกำหนดและข้อตกลงของสัญญาย่อยที่ได้เขียนขึ้นมา

(จ) 'กฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่บังคับใช้' หมายถึงการคุ้มครองสิทธิ์พื้นฐานตามอำนาจทางกฎหมายและเสรีภาพของบุคคล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิ์ของตนต่อความเป็นส่วนตัว อันเนื่องจากการดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัวที่มีต่อผู้ควบคุมข้อมูลในรัฐสมาชิกซึ่งผู้ส่งออกข้อมูลได้จัดทำขึ้น

(ฉ) 'การวัดผลการรักษาความปลอดภัยเชิงเทคนิคและเชิงองค์กร' หมายถึงการวัดผลที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวจากอุบัติเหตุ หรือการทำลายข้อมูลอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือการสูญหายโดยไม่เจตนา การเปลี่ยนแปลง การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการเข้าใช้งานข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการดำเนินการเกี่ยวข้องกับการส่งผ่านข้อมูลผ่านเครือข่าย และมีลักษณะการดำเนินการที่ไม่เป็นปฏิบัติตามกฎหมายอื่นๆ ทั้งหมด

ข้อกำหนด 2

รายละเอียดในการถ่ายโอนข้อมูล

รายละเอียดของการถ่ายโอนข้อมูล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหมวดหมู่พิเศษของข้อมูลส่วนตัวที่ระบุไว้เฉพาะในภาคผนวก 1 ซึ่งรวบรวมไว้ในข้อกำหนดนี้

ข้อกำหนด 3

ข้อกำหนดสำหรับผู้ได้รับผลประโยชน์ที่เป็นบุคคลที่สาม

1.  เจ้าของข้อมูลสามารถบังคับใช้ข้อกำหนดนี้กับผู้ส่งออกข้อมูล ข้อกำหนด 4(ข) ถึง (ฌ), ข้อกำหนด 5(ก) ถึง (จ) และ (ช) ถึง (ญ), ข้อกำหนด 6(1) และ (2), ข้อกำหนด 7, ข้อกำหนด 8(2) และข้อกำหนด 9 ถึง 12 ในฐานะผู้ได้รับผลประโยชน์ที่เป็นบุคคลที่สาม

2.  เจ้าของข้อมูลสามารถบังคับใช้ข้อกำหนดนี้กับผู้นำเข้าข้อมูล โดยอาศัยข้อกำหนด 5(ก) จนถึง (ฉ) และ (ช), ข้อกำหนด 6, ข้อกำหนด 7, ข้อกำหนด 8(2) และข้อกำหนด 9 จนถึง 12 ในกรณีที่ผู้ส่งออกข้อมูลปิดบังข้อเท็จจริง หรือไม่ได้ดำเนินการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ เว้นแต่บุคคลผู้ให้บริการใดๆ ได้ยอมรับต่อข้อผูกมัดตามกฎหมายทั้งหมดที่มีของผู้ส่งออกข้อมูลตามสัญญาหรือตามการดำเนินการทางกฎหมาย อันเป็นผลจากการอ้างสิทธิ์และข้อผูกมัดของผู้ส่งออกข้อมูล ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ เจ้าของข้อมูลสามารถบังคับใช้สิทธิ์ของตนต่อบุคคลดังกล่าวได้

3.  เจ้าของข้อมูลสามารถบังคับใช้ข้อกำหนดนี้กับผู้ให้บริการช่วง โดยอาศัยข้อกำหนด 5(ก) จนถึง (ฉ) และ (ช), ข้อกำหนด 6, ข้อกำหนด 7, ข้อกำหนด 8(2) และข้อกำหนด 9 จนถึง 12 ในกรณีที่ทั้งผู้ส่งออกและนำเข้าข้อมูลปิดบังข้อเท็จจริง หรือไม่ได้ดำเนินการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ หรือได้กลายเป็นบุคคลล้มละลาย เว้นแต่บุคคลผู้ให้บริการใดๆ ได้ยอมรับต่อข้อผูกมัดตามกฎหมายทั้งหมดที่มีของผู้ส่งออกข้อมูลตามสัญญาหรือตามการดำเนินการทางกฎหมาย อันเป็นผลจากการอ้างสิทธิ์และข้อผูกมัดของผู้ส่งออกข้อมูล ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ เจ้าของข้อมูลสามารถบังคับใช้สิทธิ์ของตนต่อบุคคลดังกล่าวได้ ความรับผิดของบุคคลที่สามดังกล่าวต่อผู้ให้บริการช่วงจะถูกจำกัดไว้ตามการปฏิบัติการของกระบวนการของตนภายใต้ข้อกำหนด

4.  คณะบุคคลที่เป็นตัวแทนองค์กร หรือบุคคลใดๆ ไม่ทักท้วงต่อเจ้าของข้อมูล หากเจ้าของข้อมูลมีประสงค์อันชัดแจ้ง และหากได้รับอนุญาตตามกฎหมายในประเทศ

ข้อกำหนด 4

ข้อผูกมัดของผู้ส่งออกข้อมูล

ผู้ส่งออกข้อมูลยอมรับและรับประกันว่า:

(ก) กระบวนการดังกล่าวรวมถึงการถ่ายโอนข้อมูลส่วนตัวด้วยตนเอง และจะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องภายใต้บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลที่มีผลบังคับใช้ (และ หากมีผลบังคับใช้ จะมีการแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ของรัฐสมาชิกที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการจัดตั้งผู้ส่งออกข้อมูลแล้ว) และต้องไม่มีการล่วงละเมิดบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องในรัฐนั้นๆ

(ข) คำแนะนำและช่วงระยะเวลาในการรับบริการการดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัวจะเป็นเครื่องมือแนะนำให้กับผู้นำเข้าข้อมูลในการดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัวที่มีการถ่ายโอนเฉพาะในนามของผู้ส่งออกข้อมูลเท่านั้นและเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลและข้อกำหนดที่บังคับใช้

(ค) ผู้นำเข้าข้อมูลจะต้องให้การรับประกันอย่างพอเพียงจากการวัดผลการรักษาความปลอดภัยเชิงเทคนิคและเชิงองค์กรตามที่ระบุไว้ในภาคผนวก 2 ในสัญญานี้

(ง) ภายหลังจากการประเมินข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่บังคับใช้ การวัดผลการรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งเหมาะสมในการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวจากอุบัติเหตุ หรือการทำลายข้อมูลอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการเข้าถึงข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการดำเนินการเกี่ยวข้องกับการส่งผ่านข้อมูลผ่านเครือข่าย และมีลักษณะการดำเนินการที่ไม่เป็นปฏิบัติตามกฎหมายอื่นๆ ทั้งหมด การวัดผลเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่ามีการรักษาความปลอดภัยในระดับที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ปรากฏให้เห็นเมื่อมีการดำเนินการกับข้อมูล และวิธีที่ข้อมูลได้รับการคุ้มครอง โดยพิจารณาตามความทันสมัยและค่าใช้จ่ายในการนำมาปฏิบัติใช้

(จ) เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามการวัดผลการรักษาความปลอดภัย

(ฉ) หากการถ่ายโอนข้อมูลเกี่ยวข้องกับหมวดหมู่ข้อมูลพิเศษ จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบถึงข้อมูลดังกล่าว หรือจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หรือในทันทีเท่าที่ทำได้หลังจากดำเนินการแล้ว อาจสามารถถ่ายโอนข้อมูลไปยังประเทศที่สามที่ไม่ได้มีการคุ้มครองข้อมูลอย่างเพียงพอได้ซึ่งอยู่ภายใต้คำนิยามของคำสั่งคุ้มครองข้อมูล 95/46/EC

(ช) ส่งต่อการแจ้งเตือนที่ได้รับจากผู้นำเข้าข้อมูล หรือผู้ให้บริการช่วงโดยอ้างตามข้อกำหนด 5(ข) และข้อกำหนด 8(3) ไปยังหน่วยงานควบคุมดูแลคุ้มครองข้อมูล หากผู้ส่งออกข้อมูลตัดสินใจที่จะถ่ายโอนข้อมูลต่อไป หรือยกเลิกการระงับใช้ชั่วคราว

(ซ) เพื่อมอบความพร้อมใช้งานให้แก่เจ้าของข้อมูลในขณะที่ทำการร้องขอสำเนาข้อกำหนด พร้อมด้วยข้อยกเว้นในภาคผนวก 2 และคำจำกัดความโดยสรุปของการวัดผลการรักษาความปลอดภัย รวมถึงสำเนาของสัญญาสำหรับการให้บริการช่วงซึ่งจะต้องดำเนินการตามภายใต้ข้อกำหนด เว้นแต่ข้อกำหนดหรือสัญญามีข้อมูลทางการค้า ในกรณีดังกล่าวอาจจำเป็นต้องลบข้อมูลทางการค้าออก

(ฌ) สำหรับในกรณีที่ผู้ให้บริการช่วง การดำเนินการกับกิจกรรมได้ดำเนินไปภายใต้ข้อกำหนด 11 ซึ่งผู้ให้บริการช่วงได้จัดเตรียมไว้ให้อย่างน้อยในระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวเดียวกันและสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลในฐานะของผู้นำเข้าข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด และ

(ญ) เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามข้อกำหนด 4(ก) ถึง (ฌ)

ข้อกำหนด 51

ข้อผูกมัดของผู้นำเข้าข้อมูล

ผู้นำเข้าข้อมูลยอมรับและรับประกันว่า:

(ก) เพื่อดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัวในนามของผู้ส่งออกข้อมูลเท่านั้น และเพื่อปฏิบัติตามอย่างสอดคล้องกับคำสั่งและข้อกำหนด หากไม่อาจปฏิบัติตามได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ โดยสืบเนื่องจากเป็นการตกลงยอมรับร่วมกันที่จะต้องบอกกล่าวแก่ผู้ส่งออกข้อมูลในทันทีหากไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ในกรณีดังกล่าวนี้ผู้ส่งออกข้อมูลสามารถระงับการถ่ายโอนข้อมูล และ/หรือยุติสัญญาได้

(ข) ไม่มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีผลบังคับใช้เพื่อการคุ้มครองข้อมูลโดยอาศัยคำสั่งที่ได้รับมาจากผู้ส่งออกข้อมูล และข้อผูกมัดภายใต้สัญญาและอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในบทบัญญัติแห่งกฎหมายนี้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลอันไม่พึงประสงค์อันร้ายแรงต่อการรับประกัน และข้อผูกมัดที่ระบุไว้ในข้อกำหนด โดยจะมีการแจ้งเตือนให้ผู้ส่งออกทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโดยทันที ในกรณีดังกล่าวผู้ส่งออกข้อมูลมีสิทธิ์ที่จะระงับการถ่ายโอนข้อมูล และ/หรือบอกเลิกสัญญาดังกล่าว

(ค) ปรับใช้การวัดผลการรักษาความปลอดภัยเชิงเทคนิคและเชิงองค์กรตามที่ระบุไว้ในภาคผนวก 2 ก่อนดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัวที่มีการโอนย้ายมา

(ง) โดยจะมีการแจ้งให้ผู้ส่งออกข้อมูลทราบโดยทันทีเกี่ยวกับ:

(i) คำร้องขอที่มีภาระผูกพันทางกฎหมายใดๆ สำหรับการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย เว้นแต่ห้ามมิให้ดำเนินการดังกล่าว เช่น การห้ามมิให้ดำเนินการภายใต้กฎหมายอาญาเพื่อสงวนไว้ซึ่งการปกปิดเป็นความลับเพื่อการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงตามการบังคับใช้กฎหมาย

(ii) การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่เจตนาหรือไม่ได้รับอนุญาต และ

(iii) คำร้องขอใดๆ ที่ได้รับโดยตรงจากเจ้าของข้อมูลโดยที่ไม่มีการตอบสนองต่อคำร้องขอนั้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการดังกล่าว

(จ) จัดการกับทุกข้อซักถามจากผู้ส่งออกข้อมูลอันเกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัวเพื่อถ่ายโอนหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานควบคุมดูแลซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับข้อมูลที่มีการถ่ายโอนโดยทันทีและอย่างเหมาะสม

(ฉ) ตามที่ร้องขอให้ผู้ส่งออกข้อมูลส่งการดำเนินการกับข้อมูลเพื่อการตรวจสอบกิจกรรมการดำเนินการตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนด ซึ่งจะได้รับการดำเนินการโดยผู้ส่งออกข้อมูล หรือดำเนินการตรวจหาข้อเท็จจริงจากสมาชิกอิสระ และภายใต้คุณสมบัติของความเป็นมืออาชีพที่จำเป็นอันผูกพันกับหน้าที่ในการปกปิดความลับ ที่ผู้ส่งออกข้อมูลได้เลือกไว้ตามจำเป็น ในข้อตกลงที่ทำขึ้นกับหน่วยงานควบคุมดูแล

(ช) เพื่อมอบความพร้อมใช้งานให้แก่เจ้าของข้อมูลในขณะที่ทำการร้องขอสำเนาข้อกำหนด หรือสัญญาที่มีอยู่ใดๆ สำหรับการให้บริการช่วง เว้นแต่ข้อกำหนดหรือสัญญามีข้อมูลทางการค้า ในกรณีดังกล่าวอาจจำเป็นต้องลบข้อมูลทางการค้าออก ข้อยกเว้นในภาคผนวก 2 ซึ่งจะถูกแทนที่โดยคำจัดความโดสรุปของการวัดผลการรักษาความปลอดภัยในกรณีดังกล่าวเหล่านั้น ซึ่งเจ้าของข้อมูลจะไม่สามารถรับสำเนาข้อมูลจากผู้ส่งออกข้อมูลได้

(ซ) การให้บริการช่วง ผู้ส่งออกข้อมูลจะต้องได้รับการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าและต้องมีการให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน

(ฌ) การดำเนินการโดยผู้ให้บริการช่วงจะเป็นไปตามข้อกำหนด 11

(ญ) ส่งสำเนาของข้อตกลงที่ทำกับผู้ให้บริการช่วงซึ่งได้รวมอยู่ในข้อกำหนดให้กับผู้ส่งออกข้อมูลในทันที

ข้อกำหนด 6

ความรับผิด

1.  คณะบุคคลยอมรับว่าเจ้าของข้อมูลซึ่งได้รับผลกระทบจากความเสียหายอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามข้อผูกมัดที่อ้างอิงอยู่ในข้อกำหนด 3 หรือข้อกำหนด 11 โดยบุคคลใดๆ หรือผู้ให้บริการช่วงที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับการชดเชยจากผู้ส่งออกข้อมูลสำหรับความเสียหายที่ได้รับ

2.  หากเจ้าของข้อมูลไม่สามารถร้องเรียนเพื่อขอการชดเชยจากผู้ส่งออกข้อมูลตามย่อหน้า 1 อันเป็นผลมาจากการฝ่าฝืนของผู้นำเข้าข้อมูลหรือผู้ให้บริการช่วงของตนสำหรับข้อผูกมัดที่ตนเองมีหากอ้างอิงตามข้อกำหนด 3 หรือในข้อกำหนด 11 เนื่องจากผู้ส่งออกข้อมูลปิดบังข้อเท็จจริง หรือไม่ได้ดำเนินการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ หรือได้กลายเป็นบุคคลล้มละลาย ผู้นำเข้าข้อมูลเห็นชอบว่าเจ้าของข้อมูลอาจทำเรื่องร้องเรียนไปยังผู้นำเข้าข้อมูลเสมือนว่าเป็นผู้ส่งออกข้อมูล เว้นแต่บุคคลที่ให้บริการใดๆ ได้ยอมรับต่อข้อผูกมัดตามกฎหมายทั้งหมดของผู้ส่งออกข้อมูลตามสัญญาหรือตามการดำเนินการทางกฎหมาย ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เจ้าของข้อมูลสามารถบังคบใช้สิทธิ์ของตนต่อบุคคลดังกล่าวได้ ผู้นำเข้าข้อมูลอาจไม่สามารถวางใจต่อผู้ให้บริการที่ทำการฝ่าฝืนข้อผูกพันเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดของตน

3.  หากเจ้าของข้อมูลไม่สามารถร้องเรียนต่อผู้ส่งออกข้อมูลหรือผู้นำเข้าข้อมูลตามที่อ้างอิงในย่อหน้าที่ 1 และ 2 ได้ อันเป็นผลมาจากการผิดสัญญาของผู้ให้บริการช่วงต่อข้อผูกมัดที่ตนมีตามอ้างอิงในข้อกำหนด 3 หรือในข้อกำหนด 11 อันเนื่องจากทั้งผู้ส่งออกและนำเข้าข้อมูลปิดบังข้อเท็จจริง หรือไม่ได้ดำเนินการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ หรือได้กลายเป็นบุคคลล้มละลาย ผู้ให้บริการช่วงยอมรับว่าเจ้าของข้อมูลอาจทำการร้องเรียนต่อผู้ให้บริการช่วงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการของกระบวนการของตนที่มีภายใต้ข้อกำหนดเสมือนเป็นผู้ส่งออกหรือนำเข้าข้อมูล เว้นแต่บุคคลผู้ให้บริการใดๆ ได้ยอมรับต่อข้อผูกมัดตามกฎหมายทั้งหมดที่มีของผู้ส่งออกและนำเข้าข้อมูลตามสัญญาหรือตามการดำเนินการทางกฎหมาย ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ เจ้าของข้อมูลสามารถบังคับใช้สิทธิ์ของตนต่อบุคคลดังกล่าวได้ ความรับผิดของผู้ให้บริการช่วงจะมีการจำกัดไว้ตามการปฏิบัติการของกระบวนการของตนภายใต้ข้อกำหนด

ข้อกำหนด 7

การไกล่เกลี่ยและเขตอำนาจตามกฎหมาย

1.  ผู้นำเข้าข้อมูลยินยอมว่า หากเจ้าของข้อมูลอ้างสิทธิ์จากการเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ที่เป็นบุคคลที่สาม/หรือเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายภายใต้ข้อกำหนด ผู้นำเข้าข้อมูลจะยอมรับการตัดสินใจของเจ้าของข้อมูล:

(ก) อ้างอิงตามข้อพิพาทเพื่อการไกล่เกลี่ย โดยบุคคลอิสระ หรือหากมีผลบังคับใช้ โดยหน่วยงานควบคุมดูแล

(ข) อ้างอิงตามข้อพิพาทต่อศาลในรัฐสมาชิกซึ่งผู้ส่งออกข้อมูลได้กำหนดไว้

2.  คณะบุคคลเห็นด้วยว่าตัวเลือกที่เจ้าของข้อมูลให้ไว้จะมีความเป็นกลางต่อสิทธิพื้นฐานหรือสิทธิตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อใช้อ้างอิงสำหรับการเยียวยาอันเป็นไปตามบทบัญญัติอื่นๆ ของกฎหมายในประเทศหรือระหว่างประเทศ

ข้อกำหนด 8

การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานควบคุมดูแล

1.  ผู้ส่งออกข้อมูลเห็นด้วยที่จะส่งสำเนาของสัญญานี้ให้กับหน่วยงานควบคุมดูแล หากมีการร้องขอ หรือหากจำเป็นต้องส่งสำเนาให้โดยเป็นไปตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลที่บังคับใช้

2.  คณะบุคคลเห็นชอบว่าหน่วยงานควบคุมดูแลมีสิทธิ์ในการดำเนินการตรวจสอบผู้นำเข้าข้อมูล และผู้ให้บริการช่วงใดๆ โดยอาศัยขอบเขตเดียวกับและอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันตามที่ได้มีการนำมาใช้เพื่อการตรวจสอบผู้ส่งออกข้อมูลภายใต้กฎหมายการคุ้มครองข้อมูลที่บังคับใช้

3.  ผู้นำเข้าข้อมูลจะแจ้งให้ผู้ส่งออกข้อมูลทราบเกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีผลบังคับใช้โดยทันที หรือผู้ให้บริการช่วงใดๆ ที่ป้องกันการดำเนินการตรวจสอบผู้นำเข้าข้อมูล หรือผู้ให้บริการช่วงใดๆ ตามที่อ้างถึงในย่อหน้า 2 ในกรณีดังกล่าว ผู้ส่งออกข้อมูลจะต้องได้รับสิทธิ์ให้สามารถวัดผลได้ตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนด 5 (ข)

ข้อกำหนด 9

กฎหมายที่ใช้บังคับแก่สัญญา

ข้อกำหนดจะได้รับการควบคุมโดยกฎหมายของรัฐสมาชิกซึ่งได้มีการก่อตั้งผู้ส่งออกข้อมูลขึ้นมา และหากมีข้อสงสัย หรือต้องการทราบตำแหน่งที่ตั้งของหลายผู้ส่งออกข้อมูล ทั้งนี้จะมีการกำกับดูแลโดยกฎหมายแห่งประเทศอังกฤษและเวลส์ 

ข้อกำหนด 10

การเปลี่ยนแปลงในสัญญา

คณะบุคคลที่รับผิดชอบในงานดังกล่าวจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อกำหนด โดยไม่ได้เป็นการขัดขวางคณะบุคคลไม่ให้เพิ่มเติมข้อกำหนดลงในปัญหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ซึ่งมีความจำเป็นต้องอ้างอึงถึงตราบเท่าที่คณะบุคคลดังกล่าวไม่ได้โต้แย้งกับข้อกำหนด

ข้อกำหนด 11

การให้บริการช่วง

1.  ผู้ส่งออกข้อมูลจะต้องไม่ทำสัญญาย่อยในการปฏิบัติการของกระบวนการของตนใดๆ ที่กระทำขึ้นในนามของผู้ส่งออกข้อมูลภายใต้ข้อกำหนดโดยที่ไม่ได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ส่งออกข้อมูล เมื่อผู้นำเข้าข้อมูลทำสัญญาย่อยกับข้อผูกมัดภายใต้ข้อกำหนด ด้วยความยินยอมของผู้ส่งออกข้อมูล การดำเนินการดังกล่าวควรกระทำภายใต้ข้อตกลงที่มีการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ให้บริการช่วงเท่านั้น ซึ่งได้กำหนดให้มีข้อผูกมัดเดียวกันกับผู้ให้บริการช่วงเนื่องจากมีการกำหนดไว้กับผู้นำเข้าข้อมูลภายใต้ข้อกำหนด หากผู้ให้บริการช่วงไม่อาจดำเนินการตามข้อผูกพันการคุ้มครองข้อมูลภายใต้ข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร ผู้นำเข้าข้อมูลจะต้องคงไว้ซึ่งความรับผิดโดยสมบูรณ์แก่ผู้ส่งออกข้อมูลสำหรับการดำเนินการต่อข้อผูกพันของผู้ให้บริการช่วงภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว

2.  สัญญาที่เขียนขึ้นไว้ก่อนหน้าระหว่างผู้นำเข้าข้อมูลและผู้ให้บริการช่วง จะต้องแจ้งข้อกำหนดสำหรับผู้ได้รับผลประโยชน์ที่เป็นบุคคลที่สามตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนด 3 หากเกิดกรณีที่เจ้าของข้อมูลไม่อาจทำการร้องเรียนเพื่อขอค่าชดเชยตามอ้างถึงในย่อหน้า 1 ของข้อกำหนด 6 ต่อผู้ส่งออกข้อมูล หรือผู้นำเข้าข้อมูลได้เนื่องจากทั้งสอง ปิดบังข้อเท็จจริง หรือไม่ได้ดำเนินการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ หรือได้กลายเป็นบุคคลล้มละลาย และผู้รับประโยชน์ต่อไม่ได้อ้างสิทธิ์ตามข้อผูกพันทางกฎหมายทั้งหมดกับผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้าข้อมูลตามสัญญาหรือการดำเนินการตามกฎหมาย ความรับผิดของบุคคลที่สามดังกล่าวต่อผู้ให้บริการช่วงจะถูกจำกัดไว้ตามการปฏิบัติการของกระบวนการของตนภายใต้ข้อกำหนด

3.  บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลในแง่ของการให้บริการช่วงของสัญญาตามอ้างอิงในย่อหน้า 1 จะได้รับการกำกับดูแลโดยกฎหมายของรัฐสมาชิกซึ่งผู้ส่งออกข้อมูลได้กำหนดขึ้น

4.  ผู้ส่งออกข้อมูลจะเก็บรายการข้อตกลงของผู้ให้บริการช่วงโดยสรุปภายใต้ข้อกำหนด และผู้นำเข้าข้อมูลจะแจ้งเตือนให้ทราบโดยอ้างตามข้อกำหนด 5 (ญ) ซึ่งจะมีการอัปเดตข้อมูลดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง รายชื่อจะต้องมีพร้อมมอบให้กับหน่วยงานควบคุมดูแลคุ้มครองข้อมูลของผู้ส่งออกข้อมูล

ข้อกำหนด 12

ข้อผูกมัดภายหลังจากการบอกเลิกการบริการดำเนินการกับข้อมูลส่วนตัว

1.  คณะบุคคลเห็นชอบว่าการบอกเลิกบทบัญญัติของการบริการดำเนินการกับข้อมูล ผู้นำเข้าข้อมูลและผู้ให้บริการช่วงจะ ตามตัวเลือกของผู้ส่งออกข้อมูล ต้องส่งคืนข้อมูลส่วนตัวที่มีการถ่ายโอนและสำเนาทั้งหมดให้กับผู้ส่งออกข้อมูล หรือจะต้องทำลายข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดและต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้ส่งออกข้อมูลว่าได้มีการดำเนินการดังกล่าวแล้ว เว้นแต่ได้มีการบังคับตามกฎหมายให้ผู้นำเข้าข้อมูลต้องคุ้มครองข้อมูลที่ได้จากการส่งคืน หรือทำลายข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนของข้อมูลส่วนตัวที่มีการถ่ายโอน ในกรณีดังกล่าว ผู้นำเข้าข้อมูลรับประกันว่าจะมีการปกปิดความลับของข้อมูลส่วนตัวที่ได้ถ่ายโอน และจะไม่ดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนตัวที่ได้ถ่ายโอนอีกต่อไป

2.  ผู้นำเข้าข้อมูลหรือผู้ให้บริการช่วงให้การรับประกันขณะที่มีการร้องขอผู้ส่งออกข้อมูล และ/หรือหน่วยงานควบคุมดูแล โดยที่จะมีการส่งข้อมูลไปยังสถานประกอบการเพื่อดำเนินการกับข้อมูลสำหรับการตรวจสอบการวัดผลที่อ้างอิงไว้ตามย่อหน้า 1

**********************************************

ภาคผนวก 1 สำหรับข้อสัญญามาตรฐาน

ผู้ส่งออกข้อมูล

ผู้ส่งออกข้อมูลคือบุคคลที่ได้รับการระบุไว้ในบทต่อท้ายว่าเป็น “ลูกค้า”

ผู้นำเข้าข้อมูล

ผู้นำเข้าข้อมูลคือ GoDaddy.com, LLC ผู้ให้บริการของบริการที่โฮสต์ไว้

เจ้าของข้อมูล

การปฏิบัติการของกระบวนการได้รับการระบุไว้ในส่วน 1.3 และภาคผนวก 1 ในบทต่อท้าย

หมวดข้อมูล

การปฏิบัติการของกระบวนการได้รับการระบุไว้ในส่วน 1.3 และภาคผนวก 1 ในบทต่อท้าย

ระบบปฏิบัติการ

การปฏิบัติการของกระบวนการได้รับการระบุไว้ในส่วน 1.3 และภาคผนวก 1 ในบทต่อท้าย

ภาคผนวก 2 สำหรับข้อสัญญามาตรฐาน

ภาคผนวกนี้เป็นส่วนหนึ่งในข้อกำหนด  การสั่งซื้อการบริการที่ครอบคลุมจาก GoDaddy บทต่อท้ายและภาคผนวก 2 นี้ถือว่าได้ยอมรับและดำเนินการแล้วโดยและระหว่างคณะบุคคล

คำจำกัดความของการวัดผลเชิงเทคนิคและเชิงองค์กรที่นำมาปรับใช้โดยผู้นำเข้าข้อมูลอันเป็นไปตามข้อกำหนด 4(ง) และ 5(ค) (หรือเอกสาร/บทบัญญัติแห่งกฎหมายตามที่แนบมา):

การวัดผลการรักษาความปลอดภัยเชิงเทคนิคและเชิงองค์กรที่ผู้นำเข้าข้อมูลได้นำมาปรับใช้ถูกอธิบายไว้ในบทต่อท้าย โดยระบุไว้เป็นพิเศษในภาคผนวก 2 ซึ่งรวมเข้าไว้และแนบมากับบทต่อท้ายนี้


1              ข้อกำหนดที่บังคับใช้กับบทบัญญัติแห่งกฎหมายของประเทศต่อผู้นำเข้าข้อมูลซึ่งไม่ได้เกินกว่าขอบเขตที่จำเป็นในสังคมประชาธิปไตยโดยอ้างตามหนึ่งในรายการที่เป็นที่สนใจในมาตรา 13(1) ของคำสั่งคุ้มครองข้อมูล 95/46/EC อันประกอบด้วยการวัดผลที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้กับประเทศ การปกป้อง การรักษาความปลอดภัยแก่สาธารณชน การป้องกัน การตรวจหาข้อเท็จจริง การตรวจจับและการดำเนินคดีตามกฎหมายอาญา หรือการฝ่าฝืนจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพตามที่ได้บัญญัติไว้ ความสำคัญในด้านเศรษฐกิจหรือผลประโยชน์ทางการเงินของรัฐ หรือการคุ้มครองเจ้าของข้อมูล หรือสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลอื่น ซึ่งไม่ได้อยู่ในความขัดแย้งของข้อสัญญามาตรฐาน ตัวอย่างของข้อกำหนดที่บังคับใช้บางข้อ ซึ่งไม่ได้มีขอบเขตเกินจำเป็นในสังคมประชาธิปไตย อาทิ ในระหว่างหลายๆ สิ่ง มีการอนุมัติอย่างเป็นทางการที่เป็นที่จดจำได้ในระดับสากล ข้อกำหนดในการรายงานภาษี หรือข้อกำหนดในการรายงานการป้องกันการฟอกเงิน

ปรับปรุง: 5/7/2561
ลิขสิทธิ์ © 2019 GoDaddy.com, LLC สงวนลิขสิทธิ์